Now Reading
[เรียนรู้] วิธีเช็กสภาพผิวของตนเองหลังตื่นนอน ผิวสวยปิ๊ง!

[เรียนรู้] วิธีเช็กสภาพผิวของตนเองหลังตื่นนอน ผิวสวยปิ๊ง!

ผิวที่ดีมาจากการได้รับบำรุงใส่ใจที่ดี แต่ผลลัพธ์จะดีมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่เราเลือกใช้เหมาะกับสภาพผิวของเราหรือเปล่า วันนี้เราจึงชวนสาวๆ มาเช็กสภาพผิวของตัวเองง่ายๆ จากจุด 2 จุดบนใบหน้าหลังตื่นนอนเพียงเช็กที่บริเวณทีโซนจมูกและช่วงแก้ม ก็ทำให้รู้ว่าเราเป็นคนผิวประเภทไหนเพื่อเป็นประโยชน์ให้ทุกคนได้รู้จัก “สภาพผิวหน้า” ของตัวเอง ก่อนที่จะดูแล บำรุง และรักษาให้ถูกวิธี

#วิธีเช็กสภาพผิวหน้า

วิธีนี้เราจะทำการเช็กสภาพผิวในช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้า โดยทำการล้างหน้าทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นปล่อยให้ผิวแห้งสะอาด แล้วเริ่มเช็กในส่วน”T-part” และ “Cheek”หรือส่วนทีโซนและช่วงแก้มของใบหน้า โดยวัดจากผลลัพธ์ทั้ง 5 ข้อดังต่อไปนี้

ช่วงบริเวณที่เช็กสภาพผิวส่วน T (สีฟ้า) , แก้ม (สีส้ม)

  1. ไม่พบว่ามีน้ำมันทั่วใบหน้าทั้งในส่วนของใบหน้าบริเวณ T โซน หรือช่วงแก้มแต่พบว่าผิวตึงและมีอาการแห้งเล็กน้อย
  2. หน้าไม่ลอก ไม่มัน  ไม่แห้ง รู้สึกผิวนุ่มเนียน ปกติ ทั้งในส่วนของ T โซนและช่วงแก้มรู้สึกเหมือนผิวที่บอบบางของทารกเมื่อสัมผัสด้วยมือ
  3. ผิวบริเวณ T โซน มีความมันมากเห็นได้ชัดเจน ส่วนแก้มและบริเวณอื่นมีอาการแห้งตึงเล็กน้อย
  4. ผิวบริเวณ T โซนและช่วงแก้มมีอาการแห้ง ลอกเป็นขุย ไม่พบว่ามีความมันอยู่บนใบหน้าเลยสักนิด
  5. ผิวหน้าบริเวณ T โซนและช่วงแก้มของใบหน้าดูเงา และดูมันเยิ้มมาก เกิดสิวได้ง่าย

เลือกหมายเลขที่ใกล้เคียงที่สุดเพียง 1 หมายเลขจากการเช็กสภาพผิวในบริเวณที่กำหนดพร้อมแล้วไปดูคำตอบกันค่ะ

หากคุณเลือกหมายเลข 1: ผิวแห้งบอบบางแพ้ง่าย

ได้หมายเลข 1 แสดงว่าผิวของคุณเป็นผิวแห้งบอบบางแพ้ง่าย สัมผัสได้จากความรู้สึกว่าหน้าตึงตั้งแต่แรกสัมผัสหลังล้างหน้าเสร็จ หรือมีอาการหน้าลอกเกิดรอยแดง เกิดผื่น และสภาพผิวมีแนวโน้มที่จะเติบโตเป็นริ้วรอยได้ง่าย ควรบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่เป็นเนื้อโลชั่นหรือเนื้อครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ผิวดูแย่ลง

หากคุณเลือกหมายเลข 2: ผิวปกติ

ขอแสดงความยินดีด้วย ถ้าเลือกหมายเลข 2 แสดงว่ามีสภาพผิวที่ดี ไม่ค่อยมีปัญหาผิวใดใด เพียงใช้โลชั่นบำรุงทั่วไปก็ดูแลผิวให้มีสุขภาพดีได้ง่าย โดยทั่วไปแล้วผิวประเภทนี้ไม่ใช่ผิวที่มีปัญหาสิวง่าย แต่ถ้าละเลยไม่ใส่ใจกับการนอนหลับที่ดีเพียงพอหรือกินอาหารแปรรูปมากเกินไปอาจทำให้ผิวกลายเป็นผิวผสมผิวมันหรือผิวแห้งผสมปะปนกันไป จนเป็นปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาทีหลังได้

หากคุณเลือกหมายเลข 3: ผิวผสม

สำหรับสาวๆ ที่ได้หมายเลข 3 เป็นคนผิวผสมที่มีทั้งผิวมันและผิวแห้งปะปนกันไป ผิวชนิดนี้เป็นผิวผสมระหว่างผิวธรรมดาหรือผิวแห้งกับผิวมัน  เน้นเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่มีน้ำมันและให้ความสำคัญกับความชุ่มชื้น อย่าทำความสะอาดใบหน้ามากเกินไป เพื่อควบคุมน้ำมันในส่วนที่ T โซนไม่ให้มันมาก

See Also

หากคุณเลือกหมายเลข 4: ผิวแห้ง

ลักษณะนี้ผิวขาดความชุ่มชื้น จำเป็นต้องเติมน้ำเข้าสู่ผิวอยู่ตลอด ส่วนผิวบริเวณ T โซนรู้สึกแห้งเล็กน้อย สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันบำรุงได้  ในทางกลับกันหากส่วนผิวบริเวณ T โซนไม่ได้แห้งเกินแต่มีความมันนิดๆ ให้มุ่งไปที่ผลิตภัณฑ์บำรุงที่เน้นความชุ่มชื้นเพื่อให้ผิวแข็งแรงลดการเกิดริ้วรอยได้ง่าย งดการใช้สบู่ทำความสะอาดผิว  เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งแตกได้ง่ายยิ่งขึ้น ควรใช้โฟมไม่มีฟอง หรือเจลล้างหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้น และตามด้วยครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นและอ่อนโยน เพื่อให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน

หากคุณเลือกหมายเลข 5 : ผิวมัน

ผิวแบบนี้ เกิดสิวบนใบหน้าได้ง่าย ล้างหน้าปุ๊บหน้าดูเงา และดูมันเยิ้มแบบสุดๆ ควรดูแลผิวหนังชนิดนี้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นและปราศจากน้ำมัน ไม่ควรทำความสะอาดหน้าโดยใช้สบู่หรือครีมล้างหน้าที่แรงๆ เพราะจะยิ่งเป็นการกระตุ้นผิวหนังให้ผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้หลังจากทำความสะอาดใบหน้าให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่สามารถเติมน้ำและล็อคน้ำได้อาจเป็นครีมบำรุงเนื้อเจล หรือ เนื้อน้ำ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อหนาหรือหนัก เพื่อลดปัญหาผิวต่างๆ ที่ตามมา

รู้จักสภาพผิวตัวเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน เมื่อเช็กสภาพผิวแล้วก็อย่าลืมเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสมกับผิวเรา เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงที่ดีถูกต้องลดปัญหาผิวกวนใจต่างๆได้อีกเยอะเลยนะคะ

ที่มา:tagsis
ที่มาภาพ:positivehealthwellness,pimtha,jung.yoon,
hongsuzu,chuu,68.media,i.pinimg.1,i.pinimg.2
View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top