20 วิธีรักษารังแคให้หายขาด!! – AkeruFeed
little nomad
Home / HEALTH / 20 วิธีรักษารังแคให้หายขาด!!

20 วิธีรักษารังแคให้หายขาด!!

รังแคเป็นอาการที่พบได้โดยทั่วไป ซึ่งผู้คนกว่าครึ่งบนโลกนี้ก็ประสบกับปัญหานี้ แม้ว่ารังแคจะทำให้เราขาดความมั่นใจและรู้สึกวิตกกังวล แต่การทราบว่ารังแคคืออะไร อะไรคือสาเหตุ วิธีการรักษารังแค และการหลีกเลี่ยงรังแคก็จะเป็นก้าวแรกที่ช่วยในการขจัดรังแคให้หายขาดได้ค่ะ

รังแคคืออะไร

รังแค เป็นอาการทางผิวหนังที่ส่งผลต่อหนังศีรษะและเส้นผม ทำให้เกิดสะเก็ดสีเทาหรือสีขาวขึ้น สะเก็ดเหล่านี้แท้จริงแล้วก็คือเซลล์หนังศีรษะเก่า แต่หลุดลอกในอัตราที่เร็วกว่าปกติ  หนังศีรษะที่มีสุขภาพดีจะหลุดลอกเซลล์ที่ตายแล้วประมาณเดือนละหนึ่งครั้ง และจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนอย่างรวดเร็ว เมื่อกระบวนการนี้เร่งเร็วขึ้น หนังศีรษะของคุณก็จะผลิตเซลล์ที่ตายแล้วมากขึ้น ทำให้เกิดรังแคนั่นเอง

smuggbugg

สาเหตุที่ทำให้เกิดรังแค

สาเหตุมีหลายปัจจัย เช่น ผิวมัน หนังศีรษะมัน ความเครียด อากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด หรือสระผมน้อยเกินไปก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดรังแคได้ แต่สาเหตุที่แท้จริงก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน นักวิจัยของผลิตภัณฑ์เคลียร์แนะนำว่าหนังศีรษะที่อ่อนแอ (หมายถึงหนังศีรษะที่ขาดความชุ่มชื้นและเซลล์อ่อนแอ) ตลอดจนมีเชื้อรา Malassezia อาจก่อให้เกิดรังแคได้

Malassezia คือเชื้อราที่เติบโตในบริเวณที่มีความมัน เช่น หน้าอก ใบหน้า หลังส่วนบน และหนังศีรษะ การทำงานที่แท้จริงของ Malassezia นั้นยังไม่เป็นที่กระจ่างชัด อย่างไรก็ตาม หนังศีรษะที่มีรังแคมีแนวโน้มที่จะมีเชื้อรา Malassezia สูงกว่าที่อื่น ทั้งนี้ เราเชื่อว่าเมื่อหนังศีรษะมีสุขภาพแย่ลง ก็จะทำให้สารที่เกิดจาก Malassezia ส่งผลให้หนังศีรษะคัน และทำให้เกิดรังแคมากขึ้น สำหรับผู้คนส่วนใหญ่ เมื่อกำจัด Malassezia ได้ก็จะทำให้อาการของรังแคลดลง

healthline

20 วิธีขจัดรังแคให้หายขาด

#1 ยาแอสไพริน (Aspirin)

ยาแอสไพรินอยู่ในรูปของยาระงับปวด ยาลดไข้ และยาแก้อักเสบ แอสไพรินมีสารออกฤทธิ์เดียวกับ Salicylic Acid ซึ่งอยู่ในแชมพูขจัดรังแคหลายๆ ยี่ห้อ

วิธีการทำ

  • บดยาแอสไพริน 2 เม็ด แล้วผสมกับแชมพูปกติ
  • ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
  • สระผมตามปกติ
  • หากสระเสร็จแล้ว แต่ยังรู้สึกว่ามีผงของแอสไพรินอยู่บนหนังศีรษะ ให้สระอีกรอบ
lacitadelle

#2 น้ำมันมะกอก (Olive Oil)

น้ำมันมะกอกสามารถใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในบริเวณที่หนังศีรษะแห้งเพื่อป้องกันอาการหนังศีรษะลอก และใช้ชโลมลงบนหนังศีรษะในบริเวณที่มีสะเก็ด การทำเช่นนี้จะทำให้สะเก็ดลอกออกมาเป็นแผ่นเดียว ไม่แตกออกเป็นเศษเล็กๆ

วิธีการทำ

  • นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะกอกอุ่นๆ ก่อนนอนทุกคืน
  • แล้วล้างออกด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน ในตอนเช้า

ข้อแนะนำ

  • อย่าลืมใส่หมวกคลุมผมเพื่อป้องกันความมันจากน้ำมันเลอะที่นอนด้วยนะคะ
  • ควรใช้น้ำมันมะกอกอุ่นๆ และต้องไม่ร้อนเกินไป

#3 Tea Tree Oil

มีการวิจัยพบว่าการใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil เพียงแค่ 5 % ก็สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษารังแคได้ หากไม่มีแชมพูที่มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil ก็สามารถใช้วิธีหยดสารสกัด Tea Tree Oil ผสมกับแชมพูที่คุณชื่นชอบแทน

keeperofthehome

#4 ขิง (Ginger)

ขิงมีสาร Anti-Inflammatory ซึ่งเป็นยาแก้อักเสบ และสามารถกระตุ้นกระเจริญเติบโตของเส้นผมได้ หากผสมขิงกับน้ำมัน เช่น น้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการรักษารังแคได้

วิธีการทำ

  • ปลอกขิงและใช้เครื่องขูด เพื่อทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ
  • ใส่น้ำมันงา (Sesame Oil) 4 ออนซ์ ลงในถ้วยขนาดเล็ก
  • ใส่ขิงที่บดไว้แล้วในผ้าขาวบาง แล้วคั้นน้ำขิงออกมาใส่ในถ้วยที่มีน้ำมันงา จากนั้นผสมให้เข้ากัน
  • นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันที่ผสมแล้ว ทิ้งไว้สักครู่
  • ล้างออกด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน

#5 น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (Apple Cider Vinegar)

Dr. Mehmet Oz กล่าวว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลสามารถขจัดรังแคได้เพราะมันจะช่วยปรับค่า pH บนหนังศีรษะนั่นเอง

วิธีการทำ

  • นำน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล 1/4 ถ้วย ผสมกับ น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
  • ใส่ลงในขวดสเปรย์
  • ฉีดสเปรย์ที่หนังศีรษะ
  • เช็ดผมด้วยผ้าขนหนู แล้วทิ้งไว้ 15 นาที – 1 ชั่วโมง
  • สระผมตามปกติ
  • ทำเช่นนี้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
healthline

#6 น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

วิธีการทำ

  • ก่อนอาบน้ำให้นวดหนังศีรษะด้วยน้ำมันมะพร้าว 3-5 ช้อนโต๊ะ
  • ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • สระผมตามปกติ หรือจะใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของน้ำมันมะพร้าวด้วยก็ดีนะคะ
alibaba

#7 แอปปเปิ้ล (Apples)

แอปเปิ้ลดิบอุดมไปด้วย Procyanidin B-2 ซึ่งก็คือสารธรรมชาติที่ช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม สำหรับคนที่เป็นรังแคหนักมากๆ จนเกิดอาการผมร่วงเจ้าแอปเปิ้ลนี่แหละค่ะ ที่จะใช้ให้ผมกลับมาสุขภาพดี

วิธีการทำ

  • ผสมน้ำแอปเปิ้ล 2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่าในปริมาณเท่ากัน
  • ทาลงบนหนังศีรษะ แล้วทิ้งไว้ 15 นาที
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน

#8 เลมอน (Lemon)

กรดจากเลมอนจะช่วยทำให้ค่า pH บนหนังศีรษะสมดุล ซึ่งจะสามารถขจัดรังแคได้ หากคุณทำเป็นประจำทุกวัน

วิธีการทำ

  • ใช้น้ำเลมอน 2 ช้อนโต๊ะ นวดที่หนังศีรษะ
  • ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • จากนั้นผสมน้ำเลมอน  1 ช้อนชา กับน้ำเปล่า 1 แก้ว
  • นำน้ำเลมอนผสมน้ำเปล่ามาชะโลมผมอีกครั้งเป็นอันเสร็จ

#9 เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed)

เมล็ดแฟลกซ์ หรือเมล็ดของต้นปอป่าน มีกรดไขมันที่ช่วยรักษาปัญหาอาการคันที่ผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน อาการผื่นผิวหนังอักเสบ และรังแค แต่การรักษาด้วยเมล็ดแฟลกซ์นี้ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนถึงจะเห็นผล จึงต้องมีความอดทนสักหน่อย นอกจากนี้เมล็ดแฟลกซ์ยังช่วยต่อต้านโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วยนะคะ

วิธีการทำ

  • รับประทานน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ 1-2 ช้อนชาต่อวัน
  • รับประทานเป็นประจำทุกวัน
wellnessbakeries

#10 เมล็ดลูกซัด (Fenugreek Seed)

ลูกซัดคือเมล็ดถั่วที่เป็นเครื่องเทศสำคัญในอาหารอินเดีย และยังมีประโยชน์ทางการแพทย์เช่นกัน ลูกซัดมีโปรตีนและกรดอะมิโนสูงซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและขจัดปัญหารังแค นอกจากนี้ยังมีสารเลซิติน (Lecithin) เข้มข้น ซึ่งสามารถช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง แถมยังทำให้ผมนุ่มลื่นอีกด้วย

วิธีการทำ

  • นำลูกซัด 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำเปล่า 1 – 2 ถ้วย
  • ทิ้งไว้ข้ามคืน
  •  จากนั้นบดลูกซัดที่แช่น้ำไว้แล้วให้ละเอียด แล้วทาลงบนหนังศีรษะ ทิ้วไว้ 30-45 นาที
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนหรือน้ำสะอาด
fashionlady

#11 น้ำเลมอน + ไม้จันทน์หอม หรือ กระเทียม

ในกระเทียมและไม้จันทน์หอมมี Antimicrobial ซึ่งมีมีฤทธิ์ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพได้ และน้ำเลมอนจะช่วยรักษาpH บนหนังศีรษะให้สมดุล

วิธีการทำ

  • นำน้ำเลมอน 1 ส่วน ไปผสมกับกระเทียมหรือไม้จันทน์ 2 ส่วน ผสมจนเป็นลักษณะคล้ายแป้งเปียก
  • จากนั้นทาที่หนังศีรษะ ทิ้งไว้ 20-30 นาที
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนหรือน้ำสะอาด

#12 ใบสะเดา (Neem Leaves)

ใบสะเดาคือสมุนไพรอินเดียที่มีประโยชน์ต่อการรักษารังแคเป็นอย่างมาก มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการคันและยับยั้งการเจริญเติบโตของรังแคที่ทำให้เกิดเชื้อราได้ แต่บางคนอาจจะทนกลิ่นแรงๆ ของมันไม่ไหวนะคะ

วิธีการทำ

  • เตรียมน้ำร้อน 4-5 ถ้วยตวง แล้วนำใบสะเดา 2 กำมือ ใส่ลงไป ทิ้งไว้ 1 คืน
  • แยกน้ำออกมา แล้วใช้น้ำนั้นล้างผม
  • หรือทำโดยการบดใบสะเดาแล้วหมักที่หนังศีรษะ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนหรือน้ำสะอาด
isha.sadhguru

#13 ลิ่มน้ำนม (Curd)

คุณสมบัติที่เป็นกรดของลิ่มน้ำนมจะช่วยขจัดรังแคและทำให้ผมนุ่มเงางาม

วิธีการทำ

  • นำนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตในปริมาณเล็กน้อย (เพียงพอกับการใช้มาส์กผม) ทิ้งไว้ 1-2 วัน ในพื้นที่เปิดเพื่อเป็นการหมัก
  • นำนมที่หมักแล้วไปปั่น จากนั้นนำมามาส์กผม ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน
hindustantimes

#14 พริกไทยดำ (Black Pepper)

การใช้พริกไทยดำเพื่อขจัดรังแคเป็นสูตรเก่าแก่จากประเทศอินเดีย เนื่องจากในพริกไทยดำมีสังกะสี (Zinc) และซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านรังแค

วิธีการทำ

  • ใส่พริกไทยดำ 2 ช้อนชา ลงในโยเกิร์ต 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน
  • ทาลงบนหนังศีรษะในบริเวณที่มีปัญหา ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน

#15 ออกไปเจอแสงแดดบ้าง

มีความเชื่อมโยงกันระหว่างรังแคและแสงแดดแต่ยังไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไม เพราะมีหลายคนที่เป็นรังแคแล้วมีอาการดีขึ้นเมื่อได้ออกไปเจอแสงแดดมากขึ้น และเป็นไปได้ว่าอากาศที่แห้งในช่วงฤดูหนาวอาจเป็นสาเหตุของรังแคได้ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีแสงแดด แสงแดดอาจช่วยทำให้น้ำมันส่วนเกินเหือดหายไป หรืออาจเป็นเพราะการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้างจะทำให้มีความสุข คลายความเครียด แม้ว่าจะไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด แต่นี่ก็เป็นวิธีการรักษารังแคที่คุณควรลอง

วิธีการทำ

  • ใช้เวลากลางแจ้งให้หนังศีรษะกระทบแสงแดดวันละประมาณ 10-15 นาที
  • อย่าอยู่นานเกินเวลาที่กำหนดเพราะรังสี UV สามารถเป็นอันตรายต่อผิว ผม และสุขภาพของคุณได้
  • สามารถทำได้ทุกวัน

#16 น้ำผึ้ง (Honey)

น้ำผึ้งดิบ (raw honey) หรือน้ำผึ้งที่ไม่ผ่านความร้อน  เป็นสารธรรมชาติที่สามารถดูดซับความชื้นได้ (Humectant) ซึ่งจะช่วยให้เส้นผมสามารถกักเก็บความชุ่มชื้มไว้ และช่วยลำเลียงวิตามิน A, C, D, E, B เชิงซ้อน เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุอีกมากมาย ได้แก่ เหล็ก แมกนีเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส แคลเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งน้ำผึ้งจะช่วยขจัดรังแคและป้องกันรังแคจากผมที่เกิดใหม่

วิธีการทำ

  • ทาน้ำผิ้งเจือจางลงบนหนังศีรษะและนวด 2-3 นาที
  • ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
  • ทำเป็นประจำทุกวัน

จากการศึกษากับผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ (Seborrheic dermatitis) และโรครังแค จำนวน 30 คน พบว่าอาการคันบรรเทาขึ้นและจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ และแผลที่ผิวหนังหายเป็นปกติและหายไปภายใน 2 สัปดาห์ หลังจาก 2 สัปดาห์พบว่า ผู้ที่ทำการรักษานี้ 1 ครั้งต่อสัปดาห์อาการจะไม่กำเริบอีก

 

#17 เปลี่ยนแชมพู

ถ้าแชมพูที่คุณใช้อยู่ไม่มีผลต่อการรักษารังแคเลยก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนไปใช้แชมพูขัดรังแคแล้วล่ะค่ะ แต่ก่อนจะซื้อแชมพูนั้นคุณต้องตรวจสอบส่วนประกอบของแชมพูขจัดรังแคเสียก่อน

ควรเลือกแชมพูที่มีส่วนประกอบดังนี้ 

  • Zinc Pyrithione ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย
  • Selenium Sulfide ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อน ๆ และมีคุณสมับติในการจัดการกับเชื้อรา
  • กรดซาลิซิลิก (Salicylic Acid) เป็นสารขัดผิวที่ตายแล้ว
  • คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ซึ่งสามารถต่อต้านรังแคได้
mirror

#18 เบคกิ้งโซดา (Baking Soda)

เบกกิ้งโซดาจะช่วยกำจัดเชื้อราที่ทำให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของรังแคได้ ตอนทำสูตรนี้ในช่วงแรกเส้นผมจะแห็งเล็กน้อย แต่หลังจากทำไม่กี่สัปดาห์ หนังศีรษะของคุณจะเริ่มผลิตน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้เส้นผมนุ่มขึ้น และปราศจากรังแค

วิธีการทำ

  • ทำผมให้เปียกด้วยน้ำอุ่น
  • นำเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเล็กน้อย จนคล้ายแป้งเปียก
  • ทาลงบนหนังศีรษะ และนวดประมาณ 2-3 นาที
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยนหรือน้ำสะอาด

#19 เกลือ (Salt)

การถูเกลือที่หนังศีรษะค่อนข้างมีผลดีสำหรับการขจัดรังแค

วิธีการทำ

  • ทาเกลือที่หนังศีรษะ แล้วถูสักพักหนึ่ง
  • สระผมด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน

#20 พบแพทย์

หากคุณลองมาทุกวิธีหรือใช้แชมพูขจัดรังแคมาอย่างน้อย 1 เดือน แล้วอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หรือหนังศีรษะมีอาการบวมแดง ก็ควรไปพบแพทย์ผิวหนังได้แล้วค่ะ ควรเป็นแพทย์เฉพาะทางด้วย ซึ่งคุณอาจจะมีอาการทางผิวหนังชนิดอื่นที่ไม่ใช้รังแคก็เป็นได้ เพื่อการรักษาอย่างถูกวิธีนะคะ

วิธีการหลีกเลี่ยงรังแค

1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี

รับประทานอาหารที่มี ซิงค์ โอเมก้า3 วิตามิน E และ B หลีกเลี่ยงอาหารที่มียีสต์และน้ำตาล

2. สระผมเป็นประจำ

3. เติมความชุ่มชื้นให้เส้นผม

ใช้ครีมนวดอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผม

dermatologyalliancetx

4. หวีผมหลังอาบน้ำหรือสระผมทุกครั้ง

การหวีผมจะช่วยให้น้ำมันที่หนังศรีษะตามธรรมชาติกระจายไปทั่วหนังศีรษะนั่นเอง

5. ใช้แชมพูเยอะๆ

หนึ่งในสาเหตุหลักของรังแคคือผิวมัน ซึ่งทำให้หนังศีรษะลอกเป็นสะเก็ดและเมื่อเป็นรังแคแล้ว การสระผมด้วยแชมพูในปริมาณมาก จะช่วยลดอาการคันได้

6. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเยอะเกินไป

ได้แก่ สเปรย์ มูส หรือเจลใส่ผม ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของรังแคสำหรับบางคนได้

 

เกือบทุกวิธีรักษารังแคที่ทางเรานำมาฝากนั้นสามารถทำง่ายๆ ด้วยของใช้ในครัวเลยนะคะ อย่างน้อยก็คุ้มค่าแก่การลองดูว่าไหมเอ่ย.. อย่างไรก็ตามหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครที่กำลังหาวิธีรักษารังแคอยู่นะคะ 

ที่มา: clearadthselfcarersmuggbugghealthline

 

ถ้าชอบบทความนี้ กดไลค์
ให้กำลังนักเขียนด้วยนะ

กดติดตาม akerufeed ทางทวิตเตอร์

beautytips การดูแลตัวเอง กำจัดรังแค ปัญหาหนังศรีษะ วิธีการกำจัดรังแค สุขภาพ
Drug Store ที่ญี่ปุ่น กาวเพิ่มขนคิ้วจริง moshi moshi ร้านเสื้อผ้าเกาหลีสุดชิค Union Mall น้ำหอม CHANEL Stylenanda Pink Hotel Bangkok

Check Also

จริงหรือมั่ว!!? 12 วิธีการดูกระเป๋าชาแนลแท้ 

วันนี้ AkeruFee …

About little nomad

A girl with a cap :)
Previous หน้าเนียนหนักมาก!! รีวิว Majolica Majorca Milky Skin Remaker ไอเท็มปกปิดรูขุมขนและผิวหน้าให้เรียบเนียนกริ๊บ !!
Next 15 แอปดูหนัง ซีรีย์ สำหรับช่วงเวลาพักผ่อน