6 กฎเหล็กพักหน้าหยุดวงจรผิวอ่อนแอ เพื่อผิวแข็งแรงดูสุขภาพดี – AkeruFeed

6 กฎเหล็กพักหน้าหยุดวงจรผิวอ่อนแอ เพื่อผิวแข็งแรงดูสุขภาพดี

สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อผิวสวยของสาวๆ บางคนผิวบอบบางก็เกิดอาการแพ้ บำรุงสารพัดผิวก็ยังคงบอบบางไม่แข็งแรง ดังนั้นการบำรุงด้วยครีมหลากชนิดก็อาจจะไม่ใช่ตัวช่วยที่ดีสักเท่าไหร่ งั้นลองมาพักหน้าหยุดวงจรผิวอ่อนแอให้ผิวได้ผ่อนคลายด้วยวิธีลดการเติมสารอาหารเข้าสู่ผิว ให้ผิวได้ฟื้นตัวเอง ซึ่งเป็นเคล็ดลับความงามที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ญี่ปุ่น จะเป็นอย่างไรนั้น ไปติดตามข้อมูลพร้อมๆกันเลยค่ะ

วิธีลดการเติมสารอาหารเข้าสู่ผิว คืออะไร

แนวคิดนี้ถูกนำเสนอโดยแพทย์ชาวญี่ปุ่น Yujin Mulong ซึ่งเป็นหนึ่งในศัลยแพทย์พลาสติกชื่อดังเพียงไม่กี่คนในประเทศญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญในเรื่องการต่อต้านริ้วรอยและการเสริมความงามของผิว ผู้เขียนหนังสือที่ตีพิมพ์เกี่ยวกับความรู้ในการดูแลผิวโดยวิธีลดการเติมอาหารสู่ผิว ใช้หลักการดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงให้น้อยที่สุด ซึ่งขายดีมากในญี่ปุ่น! ถือเป็นเคล็ดลับที่ทำให้ผิวของสาวญี่ปุ่นดูอ่อนเยาว์หน้าเด็กนั้นเอง

หลักการของทฤษฎีนี้คล้ายกับหลักการที่เราทานอาหารมื้อหนัก เช่น เนื้อ ที่อาจจะส่งผลทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เราจึงควรเปลี่ยนมาทานผักผลไม้บ้าง เพื่อลดภาระให้กับกระเพาะอาหาร ส่งผลให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับผิวที่ได้รับการพักผ่อน ทำให้สามารถฟื้นบำรุงตัวเองได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

สภาพผิวแบบใดที่ควรดูแลผิวด้วยวิธีนี้

  1. ผิวมีแนวโน้มที่จะอักเสบและแพ้
  2. เมื่อเปลี่ยนฤดูกาลหรือมีการเดินทางไปต่างประเทศที่มีอุณหภูมิที่ต่างกัน
  3. ผิวดูดซึมครีมบำรุงได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  4. ใช้โหมดการบำรุงรักษาแบบเดียวกันเป็นเวลาหลายปี
  5. คนที่เติมความชุ่มชื้นสู่ผิวเยอะแล้ว แต่ผิวก็ยังคงแห้งกร้าน
  6. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากเกินไปในแต่ละวัน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มคอร์ส

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการดูแลผิวด้วยวิธีลดการเติมสารอาหารเข้าสู่ผิว คือช่วงที่สภาพอากาศและฤดูกาลเปลี่ยน หรือต้องเดินทางไปต่างประเทศ ที่มีอุณหภูมิต่างกันลิบลับ เนื่องจากในช่วงนี้ผิวมีแนวโน้มอ่อนแอง่ายที่สุด และการเติมสารอาหารที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบ เช่น สิว จึงดีกว่าถ้าเราพักหน้าบ้าง เพื่อช่วยให้ผิวมีเวลาเพียงพอในการปรับสภาพและฟื้นฟูตัวเอง

6 กฎเหล็กของการพักหน้า
‘ลดการเติมสารอาหารเข้าสู่ผิว’

กฎข้อที่ 1: ล้างหน้าด้วยน้ำบริสุทธิ์หรือสบู่ธรรมชาติสูตรอ่อนโยน

การล้างหน้าบ่อยเกินไปมีส่วนทำให้ผิวอ่อนแอ เพราะเป็นการทำร้ายชั้นผิวหนังที่ปกป้องเซลล์ผิวด้านใน ก่อให้เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าจะมีส่วนผสมทางเคมี เช่น สารลดแรงตึงผิว แต่แนะนำให้ใช้เพียงสบู่บริสุทธิ์สูตรธรรมชาติแบบอ่อนโยน เพื่อล้างหน้า และหากใครที่ไม่ค่อยแต่งหน้า สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้ค่ะ

ทฤษฎีนี้ได้กล่าวไว้ว่า ใบหน้าที่มันเยิ้ม แท้จริงแล้วเกิดจาก ผิวหน้าที่แห้งมาก ช่วยที่สภาพผิวเป็นเช่นนี้ให้ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่ในตอนเช้าเพียงอย่างเดียว และหากสาวๆ จำเป็นต้องแต่งหน้า แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ใช้สบู่สูตรอ่อนโยนทำความสะอาดเพื่อล้างหน้าเพียง 2 ครั้งต่อวัน ด้วยน้ำอุ่นประมาณ 33 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เป็นมิตรกับผิวหน้ามากที่สุด

กฎข้อที่ 2: ห้ามใช้โลชั่น

หลายคนคงเคยได้ยินว่า 90% ของส่วนผสมในโลชั่นเป็นน้ำ เมื่อเราทาโลชั่นไปบนผิว น้ำในโลชั่นจะระเหยออกจากผิวหนัง โดยนำเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวด้วย ซึ่งนำไปสู่ปัญหาหน้าแห้ง ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาครีม โดยเลือกทาในปริมาณมากเฉพาะตอนกลางคืน ส่วนตอนเช้าลดปริมาณลง อาจทาเป็นเจลว่านหางจระเข้ ครีมบำรุงบางๆ แทน เพื่อไม่ให้โลชั่นนำน้ำออกจากผิวมากเกินไป

กฎข้อที่ 3: ทาวาสลีนปริมาณเล็กน้อย เพื่อเติมความชุ่มชื้น

วัตถุประสงค์ของวิธีนี้คือการลดภาระให้กับผิว ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งและครีมต่อต้านริ้วรอย แต่เน้นการทำความสะอาดและให้ความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว โดยวาสลีนคือตัวเลือกที่ดีที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้น สามารถนำมาบำรุงริมฝีปาก ข้อศอก หรือหัวเข่าในปริมาณเล็กน้อยเพื่อเติมน้ำเข้าสู่ผิว

กฎข้อที่ 4: ลดการใช้ครีมกันแดดที่มีเคมี

ตามหลักการแล้ว ถ้าโบกมือลาครีมกันแดดและแทนที่ด้วยการใช้หมวกหรือร่มกันแดดไปเลยจะดีมาก แต่ทว่าแดดเมืองไทยช่างร้อนเหลือเกิน ผิวคงไม่ปลอดภัยแน่ จึงแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดสูตรอ่อนโยน พวกเวชสำอางหรือชนิดที่เป็น 100% Non-Chemical และหลีกเลี่ยงครีมกันแดดสูตรเคมี เพื่อลดภาระแก่ผิวในช่วงนี้ค่ะ

กฎข้อที่ 5: แต่งหน้าบางๆ เป็นธรรมชาติ

หากจำเป็นต้องแต่งหน้า แนะนำให้แต่งหน้าแบบเบาๆ เลือกเมคอัพที่อ่อนโยนต่อผิว อาจจะใช้แค่คอนซีลเลอร์ปกปิดจุดบกพร่อง ปัดแป้งฝุ่น และทาลิปกลอส โดยพยายามงดการเติมสารเคมีสู่ผิวให้น้อยที่สุด ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดคือทาเฉพาะแป้งผสมรองพื้นสูตรอ่อนโยน เพราะเนื้อแป้งสามารถล้างออกได้ง่ายเพียงใช้สบู่สูตรธรรมชาติ ทำให้ผิวไม่ถูกทำร้ายมากจนเกินไป

กฎข้อที่ 6: งดลอกสิวที่จมูก

จริงๆ แล้วสิวที่จมูกคือเคราตินของเสียที่ขับออกมาบนผิวหนัง การใช้แผ่นลอกสิวบ่อยๆ จะสร้างความเสียหายให้รูขุมขน ดังนั้นในช่วงนี้จึงไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์แผ่นลอกสิว วิธีง่ายๆ ที่ดีต่อผิวบริเวณจมูกคือการใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดเบาๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยสลายเคราตินจากผิวให้หลุดลอกอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้ว

สาวๆ คนไหนมีปัญหาผิวตามที่กล่าวมาข้างต้น ลองนำเคล็ดลับจากแพทย์ชาวญี่ปุ่นไปลองใช้ดูนะคะ บางทีการประโคมครีมบำรุงเยอะๆ ก็อาจไม่ใช่ทางออก ถ้าอยากมีผิวสวยแบบสาวญี่ปุ่นอย่ารอช้าค่ะ รีบนำไปทำตามกันเลย

ที่มา: beauty321
ที่มาภาพ: bffect,singtao2.bpsohustylevecsgardeniabeauty-upgradekknews

 

ถ้าชอบบทความนี้ กด Like
เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

กดติดตาม akerufeed ทางทวิตเตอร์

30 แฟชั่นโทนสี “ไวน์แดง” แมทช์ชุดยังไงก็สวย ขับผิวให้ดูปังสายฝอต้องดู! 10 ลิปสติกโทนสีม่วง ทาแล้วหน้ารอดไม่มีร่วง!40 แฟชั่นเสื้อผ้าสาวตัวเล็ก #ไซซ์มินิก็ชิคได้!อัปเดตเทรนด์ 30 สีผมไฮไลท์สไตล์เกาหลี ต้องทำในช่วงนี้!

Check Also

แนะนำ 10 สกินแคร์ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ใช้ได้ #ท้องครั้งนี้ไม่มีโทรม

คุณแม่ตั้งครรภ์ …

Don`t copy text!