Now Reading
กลิ่นปาก! ปัญหาเล็กๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ พร้อมเผยสาเหตุและวิธีรักษา

กลิ่นปาก! ปัญหาเล็กๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ พร้อมเผยสาเหตุและวิธีรักษา

“กลิ่นปาก” เชื่อเลยว่าก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้เสียความมั่นใจกันอย่างมากเลยทีเดียวนะคะ เพราะไม่มีใครที่อยากจะมีกลิ่นปาก และแน่นอนว่าคนที่มีกลิ่นปากส่วนใหญ่ก็มักจะรู้ตัวอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้มีกลิ่นปาก พร้อมวิธีป้องกันมาฝากสาวๆ กันค่ะ

สาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก

สาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากนั้นก็มีด้วยกันหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นปัจจัยที่เกิดจากการกระทำหรือปัจจัยจากปัญหาสุขภาพ วันนี้พี่อะเครุเลยจะขอมาพูดถึงปัจจัยที่คนส่วนใหญ่เป็นและมองข้ามไปนั่นเองค่ะ ตามไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. การรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ

การรักษาความสะอาดช่องปากไม่เพียงพอ สาเหตุที่ใครหลายๆ คนต่างพลาดกันไป คิดว่าเราก็แปรงฟันวันละ 2 ครั้งแล้ว แต่การแปรงฟันของเราก็อาจจะแปรงไม่สะอาดมากพอจนทำให้มีเศษอาหารติดอยู่ในปากได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไปแล้วแปรงฟันไม่สะอาด มันอาจมีเศษอาหารไปติดอยู่ตามซอกฟัน และเกิดการสะสมเป็นคราบหินปูน ส่งผลให้ฟันผุได้แล้ว ยังทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นอีกด้วย

2. ทานอาหารที่มีกลิ่นแรง

แน่นอนอยู่แล้วว่าการทานอาหารที่มีกลิ่นแรงนั้นก็ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นได้ โดยอาหารเหล่านี้ก็มีอยู่มากมายนับตั้งแต่เครื่องเทศไปจนถึงผลไม้เลยทีเดียว เช่น ทุเรียน กระเทียม หอม ปลาร้า สะตอ กะปิ เป็นต้น

3. การพักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอก็ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นได้ค่ะ เพราะได้มีงานวิจัยออกมาแล้วนะคะ ว่าการนอนน้อยส่งจะผลให้เรามีกลิ่นปากได้ง่ายกว่าปกติ แถมยังทำให้เกิดอาการพูดติดอ่างได้อีกด้วย ถือเป็นอีกสาเหตุที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะค่ะ

4. ปัญหาฟันผุแผลในปาก หรือโรคต่างๆ ทางช่องปาก

แน่นอนว่าเมื่อเรามีอาการฟันผุ หรือมีแผลในช่องปากจะทำให้เราทำความสะอาดช่องปากได้ยากขึ้น เพราะมีอาการเจ็บจากแผลหรือฟันซี่ที่ผุอยู่ และเมื่อทำความได้ยากก็ส่งผลให้แบคทีเรียสะสมในช่องปากได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากนั้นฟันที่ผุก็อาจมีเศษอาหารไปติดอยู่ทำให้เกิดการสะสมจนเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นออกมาได้นั่นเองค่ะ

อย่างเช่น โรคนิ่วทอนซิลที่เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดกลิ่นปาก เนื่องจากนิ่วทอนซิลนั้นเกิดจาก เชื้อแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วไปสะสมกันเกิดเป็นก้อนสีขาวขุ่นขนาดเท่าเม็ดถั่ว (หรือลักษณะคล้ายๆ เวลาเป็นร้อนใน) โรคนี้ไม่มีอาการร้ายแรงแต่อาจส่งผลให้เกิดอาการเจ็บคอและเจ็บบริเวณก้อนนั้นได้ วิธีสังเกตโรคนี้ง่ายๆ เลยก็คือ มีอาการเจ็บคอในขณะกลืนอาหารและเริ่มมีกลิ่นปากขึ้น รักษาเบื้องต้นด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือ หรือใช้สำลีเขี่ยก้อนนั้นให้หลุดออกมา แต่ถ้าก้อนอยู่ในส่วนที่ลึกมากแนะนำให้พบกับแพทย์จะดีกว่าค่ะ เพราะบางรายอาจจะต้องผ่าออกเลยทีเดียว

5. การทานยาบางชนิด

เนื่องจากในตัวยาบางชนิดนั้น จะมีสารที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น พวกยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นวิธีแก้ปัญหานี้อาจจะต้องพบกับทางคุณหมอเพื่อปรึกษาถึงปัญหา อาจจะเป็นการปรับตัวยาหรือลดจำนวนยาก็ขึ้นอยู่กับอาการและวิจารณญาณของคุณหมอเลยค่ะ

6. ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่นอกจากจะส่งผลร้ายต่อตับและปอดในระยะยาวแล้ว ยังส่งผลต่อกลิ่นปากในระยะสั้นได้อีกด้วย เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนก็อาจจะทราบกันดีเลยว่าทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์เมื่อสูบหรือดื่มเข้าไปแล้วจะมีกลิ่นติดปากได้ทันทีเลยล่ะค่ะ ทางที่ดีถ้าเลี่ยงก็แนะนำให้เลี่ยงเถอะนะ เพื่อสุขภาพที่ดี

7. การจัดฟัน

เป็นอีกสาเหตุที่ใครหลายๆ คนอาจจะคิดไม่ถึง เนื่องจากการจัดฟันนั้นทางคุณหมอจะมีการใส่เครื่องมือเข้าไปในปาก ซึ่งเครื่องมือเหล่านั้นอาจเป็นจุดที่สะสมเศษอาหารจนกลายมาเป็นกลิ่นปากได้ ทางที่ดีถ้าสาวๆ จัดฟันอยู่ก็จะต้องดูแลความสะอาดช่องปากแบบพิเศษกว่าเดิมเลยล่ะค่ะ

วิธีแก้ไขปัญหากลิ่นปาก

วิธีแก้ปัญหาที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ก็ถือเป็นเพียงวิธีการแก้แบบเบื้องต้น แต่เป็นจุดต้นตอของปัญหาเลยทีเดียวล่ะค่ะ ซึ่งถ้าสาวๆ ลองทำตามวิธีดังกล่าวแล้วยังไม่ได้ผลลัพทธ์ที่ดีขึ้นก็ขอแนะนำให้ไปปรึกษากับทางคุณหมอที่หาวิธีในการรักษาในขั้นต่อไปเลยนะคะ

1. รักษาความสะอาดให้ดี

แน่นอนว่าการแปรงฟันวันละ 2 ครั้งอาจจะไม่พอ สาวๆ ควรจะมีการขัดฟันทุกวัน วันละ 1 ครั้งเป็นอย่างต่ำเพื่อลดคราบหินปูนและเศษอาหารไปติดที่ซอกฟัน นอกจากนั้นการใช้น้ำยาบ้วนปากอีกครั้งเป็นการปิดท้ายก็จะช่วยลดปัญหากลิ่นปากได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

See Also
ดรีมคลินิก-1

2. ดื่มน้ำให้มากๆ

การดื่มน้ำเยอะๆ จะทำให้พวกแบคทีเรียสะสมได้ยากขึ้น สังเกตได้จากในเวลากลางวันเรามักจะไม่ค่อยมีกลิ่นปาก เพราะเราได้มีการพูด การทานอาหารอยู่บ่อยๆ แต่ในช่วงหลังจากตื่นนอนเรามักจะมีกลิ่นปาก เพราะในตอนที่เรานอนหลับ ปากเราจะแห้งและแบคทีเรียก็จะสะสมตัวกันได้นั่นเองค่ะ

3. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยได้

ในปัจจุบันนี้ก็ได้มีหมากฝรั่งหลายยี่ห้อเลย ที่ผลิตออกมาเพื่อช่วยแก้ปัญหากลิ่นปาก เนื่องจากในหมากฝรั่งจะมีสารต่างๆ ช่วยดับกลิ่น ดักจับเศษอาหาร และยังช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลายอีกด้วย แต่ที่สำคัญต้องเป็นหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะได้ฟันผุมาแทน

4. สเปร์ยและลูกอมดับกลิ่นปากคืออาวุธที่ควรมี

เราไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่าเรามีกลิ่นปากหรือไม่และมีตอนไหน ดังนั้นเพื่อความสบายใจเราจะควรจะพกลูกอมหรือสเปร์ยดับกลิ่นปากติดตัวเอาไว้ฉีดหรือทานในช่วยสถานการณ์เร่งด่วน

5. เลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง

เพราะอาหารที่มีกลิ่นแรงจะมีกลิ่นติดอยู่ที่ปากหลังจากที่ทานเสร็จแล้ว ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงหรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็แนะนำให้แปรงฟันหลังทานค่ะ ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ลูกอมหรือสเปร์ยในกรณีนี้นะคะ เพราะถ้าเกิดว่ายังมีเศษอาหารติดฟันอยู่ต่อให้ฉีดสเปร์ยมากแค่ไหนกลิ่นก็ยังอยู่ เผลอๆ กลิ่นอาจจะตีกันหนักกว่าเดิม

6. ตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอยู่เสมอ

การรักษาสุขภาพอะไรไม่ว่าจะเป็นกรณีเล็กหรือใหญ่ การไปพบกับคุณหมอผู้เชี่ยวชาญนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ ปัญหาช่องปากก็เช่นกัน ดังนั้นเราควรที่จะไปพบหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูทุกๆ 6 เดือนนะคะ เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุหรือปัญหาต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

จบกันไปแล้วกับปัญหากลิ่นปากและวิธีดูแลเบื้องต้นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ง่ายๆ แค่เริ่มต้นจากการดูแลช่องปากให้ดี เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันได้ทั้งปัญหากลิ่นปากและปัญหาสุขภาพช่องปากต่างๆ ได้แล้วล่ะค่ะ หวังว่าสาวๆ คนจะได้รับความรู้กันไปบ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ

ที่มาภาพ: womansworld, stocksy, tosimplyinspire, nationalstaff, freepik, amazon, newatlas, theeverygirl, behance, momjunction, burst.shopify, pexels, flipsnack, yump, conpoulos
View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top