Now Reading
10 อาหารอเมริกัน ที่ต้องห้ามในประเทศอื่นๆ ..

10 อาหารอเมริกัน ที่ต้องห้ามในประเทศอื่นๆ ..

ความจริงของอาหารบางส่วนที่ถูกจำหน่ายในอเมริกาเป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศอื่นๆ ด้วยปริมาณของสี กลิ่น และสารกันบูด ที่อยู่บนชั้นขายของและร้านอาหารจานด่วน หากคุณกำลังหิวจากการทำงานหนัก และกำลังรับประทานมันเข้าไปในปาก ก็ขอให้คุณตรวจสอบรายชื่อของอาหารทั้ง 10 ชนิดที่ขายได้อย่างอิสระในอเมริกา แต่เป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศอื่นๆ กันก่อนดีกว่า จะได้มีสุขภาพที่ดีไม่มีโรคภัยไข้เจ็บยังไงล่ะ

1. ปลาแซลมอนเลี้ยง 

abstract-1238667_1280-e1458158382214

ปลาแซลมอนเลี้ยงเป็นอาหารที่ผิดธรรมชาติ เพราะมีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะ และยาอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เนื้อของพวกมันเปลี่ยนเป็นสีเทา การกำจัดสีที่ไม่น่ารับประทานและเปลี่ยนเป็นสารสังเคราะห์แอสตาแซนธินที่ทำขึ้นมาจากปิโตเคมี และที่สำคัญคือมันยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เป็นอาหารบริโภคสำหรับมนุษย์! ปลาแซลมอนเลี้ยงที่มีสารปนเปื้อนเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามทั้งในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ใครยังไม่รู้วิธีดูว่าแซลมอลเลี้ยงดูยังไงอ่านได้ที่นี่จ้า เจาะลึก!!เรื่องแซลมอน เเซลมอนเลี้ยง VS แซลมอนธรรมชาติ ชนิดไหนที่ควรกิน??!!

2. มะละกอดัดแปลงพันธุกรรม

ส่วนใหญ่มะละกอฮาวายมักจะมีการดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อต่อต้านไวรัสใบด่างจุดวงแหวนมะละกอ คุณคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการดัดแปลงพันธุกรรมอาหาร ในสัตว์สิ่งนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อลำไส้ ตับถูกทำลาย เกิดเนื้องอกที่มีความบกพร่องและเป็นเนื้อที่ตายก่อนกำหนด แม้ว่าในสหรัฐจะไม่แบนอาหารชนิดนี้ แต่สหภาพยุโรปได้ดำเนินการแล้ว

3. แร็กโตพามีน (Ractopamine) – ปนเปื้อนในเนื้อสัตว์

แร็กโตพามีน เป็นยาที่เพิ่มการสังเคราะห์โปรตีน (ถูกนำมาใช้เพื่อให้สัตว์มีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น) ในปัจจุบันผู้ผลิตเนื้อสหรัฐใช้สิ่งนี้กับหมู 45% วัว 30% เช่นเดียวกับไก่งวง แร็กโตพามีนถูกห้ามใน 160 ประเทศทั่วยุโรป รัสเซีย จีนแผ่นดินใหญ่ และสาธารณรัฐประชาชนจีน

4. เฟลมรีทาร์แดนท์ (Flame Retardant) ในเครื่องดื่ม

Sodas-e1452025914268

โซดาและเครื่องดื่มกีฬารสเปรี้ยวเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในประเทศ แต่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ตระหนักก็คือ ส่วนประกอบของน้ำมันพืชชนิดผสมโบรไมด์ (Brominated vegetable oil = BVO) ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ทำขึ้นมาเพื่อบริษัทสารเคมีเฟลมรีทาร์แดนท์ (Flame Retardant) โบร์ไมต์มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง และเป็นสิ่งต้องห้ามในยุโรปและญี่ปุ่น

5. สารแต่งสีสังเคราะห์ 

สารกันบูดในอาหารมากกว่า 3,000 ชนิด มีการเพิ่มกลิ่นและสีผสมอาหารในสหรัฐอเมริกา การวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าสิ่งเจือปนในอาหารเหล่านี้มีผลกระทบต่อสุขภาพที่เป็นอันตราย รวมทั้งการเกิดมะเร็ง และปัญหาทางด้านพฤติกรรม ที่นอร์เวย์และออสเตรียได้ห้ามใช้วัตถุเจือปนที่เป็นอันตรายเหล่านี้

6. สารหนูในไก่

ในสหรัฐอเมริกามักใช้สารหนูผสมอาหารสัตว์ เพื่อให้พวกมันเติบโตได้เร็วและให้เนื้อของมันมีสีชมพูมากยิ่งขึ้น องค์การอาหารและยาอ้างว่าสารชนิดนี้มีความปลอดภัย เพราะมันมีพิษต่ำกว่ารูปแบบของสารหนูอนินทรีย์ที่เป็นสารก่อมะเร็ง แต่ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าสารหนูอินทรีย์สามารถเปลี่ยนเป็นสารหนูอนินทรีย์ที่มีผลกระทบและเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้สหภาพยุโรปไม่อนุญาตให้ใช้สัตว์ที่รับประทานสารหนูนำมาทำอาหาร

7. โพแทสเซียมโบรเมต (Potassium Bromate) ในขนมอบ

โพแทสเซียมโบรเมต (Potassium Bromate) ถูกนำมาใช้เป็นสารปรุงแต่งในขนมปังและขนมอบ มีการศึกษากล่าวว่าโพแทสเซียมโบรเมตจะทำให้ไตและระบบประสาทถูกทำลาย ต่อมไทรอยด์มีปัญหา รู้สึกไม่สบายที่กระเพาะและลำไส้ และก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โพแทสเซียมโบรเมตถูกห้ามในจีน แคนาดา และสหภาพยุโรป

See Also

8. โอเลสตรา (Olestra) 

โอเลสตรา (Olestra) หรือที่เรียกว่า Olean เป็นแคลอรี่และคลอเลสเตอรอลที่ปราศจากไขมัน มักเจอในขนมจำพวกมันฝรั่งทอดที่เขียนส่วนประกอบว่า Fat-free โอเลสตราก่อให้เกิดปัญหา ปวดท้อง ท้องเสีย สำไส้รั่ว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโอเลสตร้าจึงเป็นสิ่งต้องห้ามในสหราชอาณาจักรและแคนาดา

9. BHA และ BHT

BHA (butylated hydroxyanisole) และ BHT (butylated hydroxytoluene) เป็นสารกันบูดที่ใช้กันทั่วไปในอาหาร ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า BHA ทำให้เกิดมะเร็งในหนูและอาจเกิดมะเร็งในมนุษย์ได้ สาร 2 ชนิดนี้ดเป็นสารกันบูดที่อันตรายและเป็นสิ่งต้องห้าม ในประเทศญี่ปุ่น ในสหภาพยุโรปบางส่วน และสหราชอาณาจักร ไม่อนุญาตให้มีส่วนประกอบเหล่านี้อยู่ในอาหารทารก

10. นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมที่มี rBGH

milk-518067_1280-e1458158217115

rBGH คือ ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตที่ถูกฉีดเข้าไปในวัวเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนม สิ่งนี้ทำให้มนุษย์เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง rBGH ถูกห้ามในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล สหภาพยุโรป และแคนาดา

ที่มา: davidwolfe 

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top