Now Reading
6 เคล็ดลับสลายไขมันหน้าท้องให้ได้ผล รับรองด้วยหลักวิทยาศาสตร์!

6 เคล็ดลับสลายไขมันหน้าท้องให้ได้ผล รับรองด้วยหลักวิทยาศาสตร์!

เพิ่งผ่านช่วงปีใหม่มาได้ไม่นาน  มีใครที่ปาร์ตี้กินเลี้ยงจนน้ำหนักขึ้นบ้างไหมคะ?  หรือใครที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ปีนี้จะต้องลดน้ำหนักให้ได้ และมีหน้าท้องที่เรียบสวย ล้อมวงเข้ามาเลย พี่อะเครุมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักของสาวๆ ได้ผลดียิ่งขึ้นมาบอก และที่สำคัญเคล็ดลับเหล่านี้ยังผ่านการศึกษาวิจัยด้วยหลักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มาแล้วด้วยนะ!

ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายมากเกินไปเป็นที่มาของโรคร้ายที่เป็นอันตรายต่อตัวเรา โดยเฉพาะไขมันหน้าท้องที่ส่งผลเสียโดยตรงต่อวัยวะภายใน อย่างเช่น ตับ ลำไส้ และถุงน้ำดี จึงมีการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาวิธีการลดไขมันหน้าท้องให้ได้ผลอย่างแท้จริง ได้แก่ 6 ขั้นตอนนี้

1.ขยับตัว เคลื่อนไหวร่างกายให้ได้มากที่สุด

เวลาที่เราขยับตัวเคลื่อนไหว  อุณหภูมิในร่างกายจะสูงขึ้น ทำให้ร่างกายต้องการพลังงาน และดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายออกมาใช้ ดังนั้นนอกจากการออกกำลังกายแล้ว การขยับโยกตัวอยู่เสมอ ไม่นั่งในท่าเดิมนานๆ จึงเป็นอีกหนึ่งหนทางในการช่วยลดไขมันในร่างกาย  โดย Noam Tamir  ผู้ก่อตั้งสถาบัน TS Fitness ในประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ว่า การฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนที่มีความแอคทีฟ ชอบเคลื่อนไหวขยับตัวอยู่เสมอนั้นจะช่วยทำให้ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น  ไม่ใช่แค่ออกกำลังกายตามเวลา แล้วก็กลับมานอน หรือนั่งแบบไม่ขยับร่างกายทั้งวัน การออกกำลังกายแบบนี้ไม่ช่วยอะไรมากนัก  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจากนิตยสารด้านการกีฬา Sports Medicine ในปี 2017 ที่สนับสนุนแนวคิดนี้ว่า การขยับตัวเดินอย่างต่อเนื่อง หลังการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงได้มากขึ้นอีกด้วย

2.ทานโปรตีนให้มากขึ้น

เวลาที่สาวๆ จะลดน้ำหนักก็มักจะเจอคำแนะนำที่ว่าให้กินโปรตีนเยอะๆ แต่การกินโปรตีนช่วยทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้อย่างไรล่ะ? เรื่องนี้อาจจะยังไม่มีใครอธิบายเอาไว้  Louis Aronne ผู้อำนวยการคลินิคโรคอ้วน จากมหาวิทยาลัย Cornell ประเทศสหรัฐ ได้อธิบายไว้ว่า เรื่องนี้เกี่ยวกับฮอร์โมน “อินซูลิน” ในร่างกาย  เมื่อร่างกายของเราแก่ตัวลง ตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมนอินซูลินมาช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดจะทำงานได้แย่ลง ทำให้ร่างกายขาดอินซูลิน ส่งผลให้เรามีน้ำตาลในเลือดสูง และน้ำตาลเหล่านี้ก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย  กลายเป็นไขมัน   การกินอาหารจำพวกโปรตีนจะทำให้ร่างกายฟื้นตัว ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย ทำให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้อย่างคงที่  ซึ่งโปรตีนดีที่นักโภชนาการแนะนำให้ทานก็คือ โปรตีนจากเนื้อไก่ เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ซึ่งดีมากๆ ต่อสุขภาพของเรานั่นเอง

3.เพิ่มไขมันดีเข้าไปในมื้ออาหาร

ไขมันดีคืออะไร? เรื่องนี้ตอบได้ง่ายๆ ไขมันดีก็คือ “ไขมันไม่อิ่มตัว” ที่ไม่จับตัวกันเป็นไข อย่างเช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันตับปลา ส่วนไข่มันอิ่มตัว อย่างเช่น เนย ไขมันหมู ล้วนเป็นไขมันที่จับตัวกันเป็นไขได้  ซึ่งกินแล้วจะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น

 

โดยในปี 2014 มีการเผยแพร่บทความจากนิตยาสารโรคเบาหวานในสหรัฐที่นำเสนอผลการวิจัย โดยให้อาสาสมัคร 2 คน กินไขมันอิ่มตัว และไขมันไม่อิ่มตัวจำนวน  750 แคลอรี่ เป็นประจำทุกวัน ติดต่อกัน 7 สัปดาห์  ผลปรากฏว่า อาสาสมัครที่กินไขมันอิ่มตัวมีไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น  ต่างจากอาสาสมัครที่กินไขมันไม่อิ่มตัวในปริมาณเท่ากันเป็นเวลานาน 7 สัปดาห์เท่ากัน  ดั้งนั้นการเลือกรับประทานไขมันดีอย่างพอดี จึงเป็นเคล็บลับหนึ่งที่ช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อย่างยั่งยืน และยังสามารถกินอาหารจำพวกไขมันได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย

4.นอนหลับให้เพียงพอ

จากการศึกษาของวารสาร PLOS ONE  ในประเทศสหรัฐอเมริกา อาสาสมัครที่เข้าร่วมทำการวิจัยที่ได้นอนหลับ 6 ชั่วโมงต่อคืน มีรอบเอวขยายใหญ่ขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วมีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่า 3 เซนติเมตร  เมื่อเทียบกับอาสาสมัครที่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่มติดต่อกัน  9 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งมีขนาดรอบเอวคงที่  ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า การนอนหลับที่เพียงพอจะช่วยทำให้ระบบการเผลาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และการที่เรานอนหลับตามเวลาอย่างเพียงพอนั้น ก็ยังช่วยให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้เต็มที่ด้วย  และที่สำคัญยังทำให้เราไม่หิวตอนดึก และกินในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย เวลาที่เหมาะสมกับการนอนหลับควรจะเป็นอย่างไร พี่อะเครุเคยเขียนแนะนำเอาไว้ เข้าไปอ่านกันดูนะคะ

[ไขความลับ] นอน-ตื่น เวลาไหนดีต่อร่างกายที่สุด!!?

See Also

5.เลือกกินอาหารที่มีกากใยสูง

อาหารที่มีใยอาหารสูง อย่างเช่น ผัก-ผลไม้ กินแล้วจะย่อยช้า จึงเป็นอาหารที่กินแล้วอยู่ท้อง และลดความหิว ความอยากอาหารของเราลงได้มาก  มีรายงานจาก วารสารโรคอ้วน ทดลองให้คนอ้วนน้ำหนักเกิน เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงเข้าไปในมื้ออาหาร โดยให้ทานแอปเปิ้ล 2 ลูก  เมล็ดถั่วเขียว 1 ถ้วย และธัญพืชอื่นๆ อีกครึ่งถ้วย  เป็นเวลาติดต่อกัน 5 ปี พร้อมกับกินอาหารอื่นๆ ตามปกติ  ผลปรากฏว่าไขมันภายในร่างกายของอาสาสมัครลดลงถึง 3.7 เปอร์เซ็นต์ และยิ่งไปกว่านั้นการวิจัยนี้ยังให้อาสาสมัครบางคน ออกกำลังกายแบบปานกลาง ไม่หักโหมมากร่วมด้วย ผลปรากฏว่าคนที่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนั้น  มีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายลดลงไปถึง 7.4 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว!

6.ทำทุกอย่างให้พอดี

การลดน้ำหนักหรือไขมันหน้าท้อง ไม่ได้หมายถึงการอดอาหารนะคะ  เวลาลดน้ำหนักคนส่วนมากมักคิดว่า เราจะต้องเน้นกินแต่ผัก และหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การคิดแบบนี้เป็นความเชื่อที่ผิด! และอาจก่อให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ได้  การกินอาหารให้สมดุล ควบคุมปริมาณอาหารที่เรากินเข้าไปไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป คือทางออกที่ดีและยั่งยืนที่สุด เพราะการกินอย่างสมดุลจะช่วยให้ร่างกาย ยังคงมีพลังงานเพียงพอที่จะเผาผลาญไขมันที่ยังคงตกค้างอยู่ในร่างกายได้นั่นเอง

ความพอดีในการลดน้ำหนักนำมาซึ่งรูปร่างที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรง อย่ากดดันตัวเองด้วยการอยากผอมเร็วๆ ลองคิดดูนะคะว่ามันจะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถควบคุมน้ำหนักและยังกินอาหารที่ชอบหรือของหวานต่างๆ ได้  โดยใช้วิธีการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างเช่น  ไขมันดี ผลไม้รสหวาน หรือขนมที่ทำจากโยเกิร์ตแทนแป้ง ครีม และน้ำตาล  เท่านี้หน้าท้องแบนราบและหุ่นสวยสุขภาพดีก็เกิดขึ้นได้แล้วล่ะค่ะ

 

ที่มา:  womenshealthmag /healthyfitnessanddiets/goodhousekeeping/paleimg / womenshealthmag /wattpad/reportshealthcare /redefineufitness/vtimes/familydoctor/eatingwell/zencart-php/pinterest
View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top