Now Reading
4 วิธีรับมือช่วงเคอร์ฟิว อยู่บ้านอย่างไรไม่ให้เฉา

4 วิธีรับมือช่วงเคอร์ฟิว อยู่บ้านอย่างไรไม่ให้เฉา

สวัสดีค่ะสาวๆ ช่วงนี้เราเก็เผชิญปัญหาวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ที่มีมาตรการให้เราต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้านและเว้นระยะห่างจากผู้คน (Social Distancing) ทำให้เรารู้สึกเบื่อหน่ายกับการอยู่บ้านเดินวนไปมาในบ้านหรือนอนไถมือถืออยู่บนเตียงใช่ไหม วันนี้อะเครุเลยมีวิธีรับมือช่วงเคอร์ฟิวให้เราอยู่บ้านได้แบบไม่น่าเบื่อมาแนะนำกัน 

หากิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลาย

หากคนไหนเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมนอกบ้านแบบสุดๆ แล้วละก็ เช่น เดินห้าง ช็อปปิ้งหรือชอบไปปาร์ตี้ข้างนอกเป็นประจำ แต่พอวันนึงต้องมาอุดอู้อยู่แต่ในห้องคงรู้สึกอึดอัดและเบื่ออย่างมากๆ แต่จะทำอย่างไรได้เพราะเราต้องทำตามมาตรการเพื่อช่วยกันหยุดโรคระบาด ดังนั้นถ้าการอยู่บ้านเฉยๆ มันน่าเบื่อก็ลองหาอะไรสนุกๆ ทำดูอาจจะเป็นกิจกรรมที่เราอยากทำ แต่ไม่เคยได้ทำ หรือไม่มีเวลาทำเพราะต้องออกไปข้างนอก ดีไม่ดีเราอาจจะเจองานอดิเรกใหม่ๆ ที่ชื่นชอบก็ได้ เช่น อ่านหนังสือ เขียนบล็อก ปลูกต้นไม้ จัดห้องนอน ประดิษฐ์ของแฮนด์เมด วาดภาพ หรือทำอาหาร

เพื่อให้กิจกรรมที่เราทำไม่น่าเบื่อเกินไปก็ควรเพ่มความท้าทายหรือเป้าหมายลงไป เช่น วันนี้ฉันจะอ่านหนังสือให้ได้ 2 เล่ม หรือ ฉันจะทำเมนูที่ไม่เคยทำ หรือฉันจะออกกำลังกายกระโดดเชือกให้ได้ 100 ครั้ง เพื่อผ่อนคลายความน่าเบื่อในช่วงนั้นได้ แม้ว่าเราจะทำกิจกรรมอะไรก็ตามแต่อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองหมั่นล้างมือบ่อยๆ

หมั่นออกกำลังกายฝึกสมาธิ

สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย นี่ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะได้หันกลับมาดูแลสุขภาพและรูปร่างของตัวเอง เพราะทุกวันนี้โลกมันไปไกลมากเราไปต้องไปฟิสเนสก็ออกกำลังกายอยู่ที่บ้านได้เพราะในอินเทอร์เน็ตมีคลิปสอนออกกำลังอยู่มากมายให้เราเลือกสรรเทคนิคต่างๆ และอีกอย่างเลยนะคะสาวๆ การออกกำลังกายมีประโยชน์อย่างมากในช่วงนี้ เพราะช่วยทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา ลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลจากการอยู่บ้านเป้นเวลานาน  แถมยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น โดยเฉพาะชวงนี้ที่เราต้องการภูมิคุ้มกันมากเป็นพิเศษ

 

สำหรับใครที่ไม่รักการออกกำลังกายหนักๆ การฝึกสมาธิและการหายใจก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้นะคะสาวๆ  เพราะการฝึกสมาธิจะช่วยชะลออัตราการเต้นของหัวใจและทำให้เรามีจิตใจปลอดโปร่งและช่วยยับยั้งผลกระทบของความเครียด และสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของเรา

เอาละค่ะสาวๆ การฝึกลมหายใจสามารถทำได้ด้วยการนั่งสมาธิ หรือการออกกำลังกายที่มุ่งเน้นไปที่การหายใจเข้าและออก และก็อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนะคะ

อย่ากดดันจากการทำงานที่บ้าน

ตอนนี้หลายบริษัทก็เริ่มให้พนักงาน  Work from Home บางคนอาจเจอกับอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้คิดหรือสร้างสรรค์งานไม่ออก แถมการบาลานซ์ของชีวิตก็เริ่มพัง เพราะการทำงานที่บ้านทำให้เกิดความสับสนระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว แต่ในเมื่องานก็ต้องทำ สุขภาพก็ต้องรักษา ถ้าอย่างนั้นอย่างแรกเลยนะคะ ลองพยายามหาบาลานซ์ให้เจอ แม้การขีดเส้นกั้นระหว่าง Work Life และ Home Life จะเป็นเรื่องยากกว่าเมื่อก่อน เพราะเวลานี้ทั้งสองสิ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน แต่เราก็สามารถมีเส้นกั้นให้มันได้นะคะ อย่างเช่นอาจจะหามุมสงบๆ เอาไว้ทำงานอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้อยู่ในมุมเดียวกับเตียงนอนหรือโต๊ะทานอาหาร

See Also

อีกปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญก็คือความกดดันที่เพิ่มขึ้นนะคะ เพราะการทำงานที่บ้านทำให้เจ้านายอาจเข้าใจผิดว่าเราจะต้องทำงานตลอดเวลา หรือทำงานได้มากขึ้น แต่การพักเบรกไปทำอย่างอื่นจะช่วยให้เรามีแรงในการคิดงานมากขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นผ่อนคลายบ้าง เจ้านายไม่ได้นั่งอยู่ข้างๆ เราค่ะสาวๆ ลองแอบงีบสัก 20-30 นาทีแล้วตื่นมาทำงานต่อด้วยความรู้สึกเฟรชๆ ก็ทำได้นะคะ

ลดการเสพข่าวสาร ลดอาการวิตกกังวล

ช่วงนี้ไม่ว่าจะในทีวีหรือหน้าฟีดโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยข่าวโรคระบาด ซึ่งการรับข่าวสารเยอะๆ ทำให้เราหวาดระแวงวิตกกังวล โดยเฉพาะบางครั้งที่เราก็เผลอเชื่อ Fake News ไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งข่าวพวกนั้นมักจะทำให้เราเกิดความตระหนกวิตกเกินเหตุนะคะสาวๆดังนั้นเลี่ยงได้เลี่ยงค่ะ สาวๆ ก็ลองหากิจกรรมอื่นๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจออกจากข่าว เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง จัดบ้าน หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เราโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าน่าจะดีกว่า

แต่ยังไงข่าวสารก็ยังจำเป็นในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวป้องกันและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ควรหาแหล่งข่าวที่น่าเชื่อที่นะ

หวังว่าวิธีที่อะเครุเอามานำเสนอจะช่วยได้บ้างนะคะ  หรือถ้ามีภาวะเครียดหรือซึมเศร้าจากการเก็บตัวอยู่บ้านนานๆ ก็ลองหาคนให้พูดคุยและระบาย หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ดูก็ไม่เสียหาย แต่ก็อย่าลืมว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกักตัว เว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย หรือระวังการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของเราและคนรอบข้าง ดังนั้นเราควรขอบคุณตัวเองมากๆ นะคะที่ทำสิ่งนี้เพื่อสังคมค่ะ

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top