Now Reading
อยากไปตามมา ใช้ชีวิตชิคๆ ที่ “มะละกา” มาเลเซียนี่เอง

อยากไปตามมา ใช้ชีวิตชิคๆ ที่ “มะละกา” มาเลเซียนี่เอง

เหตุเกิดจากเพื่อนอัปรูปลงเฟซบุ๊กซึ่งภาพที่เห็นนั้นมีแต่สถานที่เก๋ๆ ทั้ง คาเฟ่ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ แอบเหลือบไปมองสถานที่เช็คอิน ว้าว! อยู่ที่ “มาเลเซีย” จังหวะเรากำลังอยากเที่ยวพอดี จึงตัดสินใจไปเที่ยวที่นี่ เพราะมีแหล่งเช็คอินน่าไปชิลเพียบเลย ที่สำคัญไม่ไกลด้วยใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-มาเลเซีย ประมาณ 2 ชั่วโมง จะบอกว่า ทริปนี้ของเราส่วนใหญ่สถิตย์อยู่ที่มะละกาแต่จากการหาข้อมูลแล้ว ถ้านั่งเครื่องบินไปลงมะละกาค่าเครื่องบินแพงกว่ามากๆ เพิ่มอีกประมาณ 2,000 เลยคิดว่าจะไปลงที่กัวลาลัมเปอร์แล้วนั่งรถบัสต่อไปถูกกว่าเยอะไปกลับก็ประมาณ 500 บาทเท่านั้น

cover

เมื่อหาวันเดินทางได้แล้ว เราก็จัดการจองตั๋วเครื่องบินตรงสู่มาเลเซียเลย ตอนแรกก็ลังเลว่าจะไปสายการบินอะไร แต่เหมือนโชคเข้าข้าง เปิดไปเจอ Traveloka สายการบินมาเลเซียมีโปรโมชั่นพอดี จึงตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบิน มีทั้งอาหารบนเครื่องและรวมโหลดกระเป๋า 30 กิโล โดยจองผ่าน Traveloka ซึ่งแฮปปี้มากเพราะจ่ายถูกกว่าที่อื่นด้วย เขามีรหัสส่วนลดเพิ่มให้ ซึ่งค่าเสียหายไป-กลับ กรุงเทพฯ-มาเลเซีย เราจ่ายประมาณ 3,000 บาทนิดๆ หากใครอยากไปเที่ยวมาเลเซียก็เช็คราคาและจองตั๋วเครื่องบินได้ที่เว็บไซต์ >> traveloka ส่วนรหัสลดของ Traveloka จะมีออกมาให้เรื่อยๆ  ดูโปรโมชั่นได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก >> TravelokaTH หากชอบเดินทางเราว่าการติดตามเขาเป็นประโยชน์ดี มีโปรโมชั่นทั้งที่พักและตั๋วเครื่องบิน

Wana Riverside Hotel

Wana Riverside Hotel

จองตั๋วเครื่องบินไปมาเลเซียเสร็จแล้ว ก็จองที่พักต่อเลย เราเลือกพักที่ “Wana Riverside Hotel” เพราะอ่านจากรีวิวดูแล้วกระแสค่อนข้างดี ทำเลติดริมแม่น้ำ ห้องพักกว้างขวาง อยู่กลางเมืองเดินทางสะดวก สำคัญคือหาของกินง่าย อีกทั้งราคาก็ไม่แพงประมาณคืนละ 700 บาท โดยจองผ่าน Traveloka เหมือนเดิม สนใจจองที่พัก Wana Riverside Hotel ก็เข้าไปเช็คราคาและดูรีวิวก่อนตัดสินใจจอง (จองได้ ที่นี่ ) เมื่อจองทุกอย่างครบแล้วก็ได้เวลาไปเริงร่าอัปเดตชีวิตชิคๆ ที่มาเลเซีย เมืองมะละกา ได้เลย

1. Jonker walk (Chinatown Melaka)

jonker walk

บรรยากาศคล้ายๆ เยาวราชบ้านเราเลย แหล่งรวมของกินเยอะมาก หากมาช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ กลางคืนจะมีถนนคนเดินด้วย ของที่ขายก็คล้ายๆ บ้านเรานะ อย่างของกินพยายามดูเหมือนกันว่ามีอะไรที่ต่างจากบ้านเราไหม แต่ก็ยังไม่ค่อยเจอ แต่สุดท้ายก็ลองกินก๋วยเตี๋ยวคล้ายๆ บากุ๊ตเต๋ผสมแกงสีน้ำซุปเลยจะเข้ามๆ หน่อย ร้านเป็นรถเล็กๆ ที่นั่งไม่เยอะมาก 2-3 โต๊ะ เส้นก๋วยเตี๋ยวคล้ายเส้นยากิโซบะ รสชาติธรรมดากินได้ไม่น่าเกลียด หากใครหาไม่เจอก็ลองเปิด แผนที่ ดูได้

2.Kaya Kaya Café

kaya kaya 2Kaya Kaya Café 2

เก๋เลยอะร้านนี้ ส่วนตัวชอบมากเรื่องของการดีไซน์ตกแต่ง มีความเป็นอาร์ตและความชิลค่อนข้างมาก มีที่นั่งหลายมุม กำแพงก็เพนท์ไว้อย่างสวยงามกลายเป็นความโดดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องมากดชัตเตอร์ด้วยที่มุมนี้ ที่ร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องการตกแต่งร้าน แต่เรื่องของอาหาร เครื่องดื่มก็โอเคด้วย รสชาติกลางๆ เราสั่งขนมแพนเค้กกับลาเต้ร้อน รสชาติละมุนดีนะแป้งแพนเค้กนุ่มกินคู่กับลาเต้เข้ากันดี ส่วนระคาก็พอๆ กับบ้านเราตามร้านคาเฟ่ทั่วไป รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปดูได้ที่เพจเฟซบุ๊ก kayakayacafelol

3.Gi ki yat hu wat

Gi ki yat hu watGi ki yat hu wat 2

ร้านนี้เป็นร้านอาหารท้องถิ่น ชื่อร้านอ่านยากสักหน่อย อ่านว่า “กิคิยาท หู เหว่ย” ชื่อร้านจะออกแนวๆ จีน และการตกแต่งร้านก็สไตล์จีนโบราณ คนที่เข้าไปกินก็คนท้องถิ่นทั้งนั้น อยากสัมผัสอาหารรสชาติท้องถิ่นอย่างแท้ๆ ก็มาลองได้ที่ร้านนี้ ที่เราสั่งจำชื่อไม่ได้แล้ว รสชาติเส้นจะคล้ายๆ เกี๊ยมอี๊บ้านเราแต่ของเขาจะยาว ส่วนน้ำซุบก็จะมีความแกงส้มหน่อยๆ แต่รสชาติไม่เผ็ดไม่แซ่บ แกงส้มชะอมไข่บ้านเราแซ่บกว่า

See Also

4.Capitol satay

Capital satay 1Capital satay3

ไม่อยากให้พลาดสำหรับร้านนี้ “Capitol satay” เพราะเป็นร้านสะเต๊ะชื่อดังในเมืองมะละกา อยากกินอะไรหยิบเลย ไม่ว่าจะในจาน หรือที่เสียบเป็นไม้ๆ กินได้ทุกอย่างถูกปากคนไทยอย่างเราแน่นอน ไม่ต้องกลัวว่ารสชาติไม่ได้ เราคอนเฟิร์มว่ากินได้! จากนั้นก็เอาอาหารที่หยิบมาจุ่มลงหม้อไปเลย น้ำจิ้มในหม้อ รสชาติคล้ายๆ น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะบ้านเรานั่นแหละแต่เขาจะมีความมันและความหวานโดดเด่นกว่าหน่อย และกลิ่นเครื่องเทศค่อนข้างแรง อ้อมีเครื่องเคียงเป็นแตงกวากับขนมปังให้ด้วยนะ

5.Dutch Harbour Café

Dutch Harbour Café

บรรยากาศดีมากเพราะได้นั่งกินอาหารติดริมแม่น้ำมะละกา โดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านด้วยโทนสีเหลืองทำให้ร้านดูมีชีวิตชีวาและในขณะเดียวกันก็ตัดด้วยอิฐบล็อกแอบแฝงความเท่ไว้ด้วย ส่วนอาหารของที่นี่โดดเด่นในเรื่องสเต็ก โดยเฉพาะสเต็กขาแกะอบเป็นเมนูขึ้นชื่อของเขาเลย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะสั่งเมนูนี้ ถ้าถามเรื่องราคาก็ไม่ได้สูงมากถ้าสมเหตุสมผลกับอาหาร จริงๆ การได้นั่งชมวิวแม่น้ำมะละกาอย่างเดียวก็คุ้มแล้วกับเงินที่จ่ายไปแต่นี่ได้กินสเต็กด้วย ยิ่งช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ตกดินแม่น้ำจะสวยเป็นพิเศษเลยแหละ รายละเอียดเพิ่มเติม >> DutchHarbourCafe

เต็มอิ่มกับ 3 วัน 2 คืน กับการกินเที่ยวเดินเพลินที่เมืองมะละกา เมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข สีสันของชีวิต ทั้งความสวยงามของสถาปัตยกรรม ความน่ารักของผู้คน และอาหารการกินที่ไม่ได้ยากเกินไป ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ ที่ทริปมาเลเซียครั้งนี้ปิดด้วยดี ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามีตัวช่วยที่ดีอย่าง Traveloka จัดการเรื่องการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินให้ ทำให้ทริปนี้ง่ายขึ้นมากเลยทีเดียว

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top