ชี้เป้า! 7 น้ำยากัดสีผมไม่แสบหนังศีรษะ พร้อมวิธีทำเองง่ายๆแบบมืออาชีพ!!

สีผมสวยๆกว่าจะได้มาก็ต้องกัดสีผมกันตลอดทำให้เส้นผมแห้งแตกปลาย บางคนถึงขั้นพังเลยทีเดียว!! แต่พี่อะเครุจะมาบอกต่อ น้ำยากัดสีผมดีๆ ที่ไม่ทำให้แสบหนังศีรษะ แถมยังบำรุงให้ผมพลิ้วสวยไม่แห้งเสียอีกด้วย ใครชอบทำสีผมด้วยตัวเอง ห้ามพลาดเด็ดขาด!

หน้าร้อนแบบนี้ใครๆก็ต้องคิดถึงการทำสีผมให้โดดเด่นสีสันแสบทรวงกันไปข้าง แต่การจะย้อมสีเจ็บๆอย่างสีแดง สีเขียว สีบลอนด์ หรือสีเทา สีโทนสว่างทั้งหลายแหล่ พวกนี้จำเป็นจะต้องกัดสีผมอย่างน้อย 1-2 รอบเลยทีเดียว แน่นอนว่าการกัดแต่ละครั้งได้ทำลายเส้นผมไปมากอยู่แล้ว ยิ่งทำซ้ำๆบ่อยๆมีหวังขาดหลุดร่วงกระจายชัวร์  แต่เพื่อความสวยงามแล้วย่อมทนได้สินะ! ไม่ต้องกลัวค่ะ วันนี้พี่อะเครุได้คัดมาแล้วว่าน้ำยากัดสีผมยี่ห้อไหนดีต่อหัว ดีต่อใจเราบ้าง ควรตำสุดๆ ไปดูกันเลย!

 

1. Lolane Hair Bleaching Powder Kit ‘Pixxel – Extra Light’

พิกัด : ร้านขายเครื่องสำอางทั่วไป, Eveandboy

ราคา : 35-40 บาท

สำหรับแบรนด์นี้ถือว่าใช้ดีตั้งแต่สินค้าประเภทยาย้อมผมแล้วค่ะ และยิ่งเป็นน้ำยากัดสีผมบอกเลยว่าเริ่ด! ในราคาแค่ 35-40 บาท แต่คุณภาพดีมาก ไม่แสบหนังศีรษะ ไม่ทำให้ผมเสียหรือขาดหลุดร่วง แถมสูตรนี้เป็นแบบ Extra Light แปลว่าให้ความสว่าง โทนสีอ่อนแบบชัดเจน อ่อนระดับ 10 เต็ม 10!! เหมาะแก่การลงสีสวยๆในขั้นตอนถัดไป ถือว่าได้รับกระแสตอบรับและความนิยมในหมู่วัยรุ่นพอสมควรเลยล่ะ ^^

st-sm

 

2. NIGAO MAXXLight

พิกัด :  Nigao Thailand FanPage

ราคา : 189 บาท

น้ำยากัดสีผมยี่ห้อ Nigao สาวๆที่รักการทำสีผมอาจคุ้นหูคุ้นตากันมาบ้าง ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมไม่ใช่ผง ง่ายต่อการใช้งานไม่ฟุ้งกระจายเลอะเทอะ สามารถฟอกให้ขาวได้มากถึง 8 ระดับในครั้งเดียว โอ้โหวววว คือใช้ครั้งเดียวเอาอยู่ ไม่ต้องฟอกหลายรอบเลย แถมยังไม่ทำให้ผมเสียแตกปลาย หรือแห้งกรอบด้วยนะ ของเค้าดีจริงๆ!

 

3. Farger Hight Lift Bleaching Cream

พิกัด :  fargerthailand

ราคา : 70-80 บาท

แบรนด์นี้เค้าเคลมตัวเองไว้แรงม๊ากกกก สามารถกัดสีผมได้ถึง 10 ระดับในครั้งเดียว!! แต่ในความแรงนี้กลับไม่ทำให้เส้นผมเสียหายเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังฟอกสีหลุดเร็วกว่าที่คิดอีกต่างหาก ฟอกขาวสว่างไวโดยไม่มีอาการแสบหนังศีรษะแม้แต่น้อย ได้สีสว่างโดนใจ แถมราคาก็ถู๊ก..ถูก แบบนี้ควรสอยมา 2-3 กล่องแล้วล่ะ!

 

4. Dcash Master Bleaching Powder Lightener

พิกัด :  Dcash Professional

ราคา : 30-40 บาท

ถ้าเรื่องความสว่างและราคาถูกต้องยกให้ของ Dcash เลยจ้า! หาซื้อง่ายมาก เป็นที่ถูกอกถูกใจสาวๆกันซะเหลือเกิน แต่ไม่ใช่ว่าของราคาถูกจะไม่ดีเสมอไปนะคะ ยี่ห้อนี้หลังจากทำเสร็จผมนุ่มกว่าเดิมอีก! ไม่แห้งเสียแตกปลาย ผมไม่กรอบ  สีชัด อาจจะติดที่กลิ่นฉุนเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลค่ะ ^^

 

5. CRUSET Hair Bleaching Cream A900 50 ml.

พิกัด :  cruset

ราคา : 65-70 บาท

น้ำยากัดสีผมที่ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุนแม้แต่น้อย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้งานง่ายสะดวก ตัวนี้จะช่วยบำรุงจากผมเสียเป็นผมสวยด้วยโอลีฟ ออยส์ และวิตามินอี  บร๊ะะะ!! อลังการฝุดๆ ได้สีผมที่ชัดเจนโดยไม่ต้องลงหลายรอบ และพี่อะเครุบอกเลยว่าเบาสบายมากๆ ไม่แสบหนังศีรษะเลยสักนิด!

 

6. CRUSET Hair Bleaching Cream A000 75 g. (White)

พิกัด :  cruset

ราคา : 65-70 บาท

สำหรับตัวนี้ถือว่าเด็ดกว่าตัวด้านบนอีกจ้า! เพราะอันนี้คือการฟอกให้เป็นสีขาวโดยตรง ยกระดับพื้นสีผมให้สว่างเจิดจ้าขั้นสูงสุด ถึงจะแรงกว่าเดิมแต่เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ที่อ่อนโยนต่อเส้นผม เพื่อเป็นการเตรียมการย้อมสีผมโทนแฟชั่นนิสต้าของเหล่าสาวๆที่ชื่นชอบโทนสีอ่อนอย่างสีเทา สีขาว หรือสีสว่างอื่นๆ รับรองว่าได้ดั่งใจแน่นอน ^^

 

7. Biowoman

พิกัด : biowoman

ราคา : 139 บาท

ที่สุดของความไม่แสบหนังศีรษะ!! ฟอกเสร็จแล้วลงสีทันทีก็ไม่มีปัญหา ตัวนี้ดีมากกก ดีเวอร์วังสุดๆ กลิ่นหอมเบาๆไม่แสบจมูก หลังจากล้างออกเห็นได้ชัดว่าเส้นผมดูดี พริ้วสวยไม่แห้งแตกปลายหรือจับตัวเป็นก้อน ปลอดภัยต่อโคนผมใหม่ ดีจนต้องร้องว้าวววว ราคาก็ไม่แพงเลย แถมตัวนี้หลายๆคนติดใจซื้อไปฟอกแล้วฟอกอีกเวลาจะเปลี่ยนสีผมตลอดเลยล่ะค่ะ ใครอยากลองต้องห้ามพลาดตัวนี้จริงๆ!

 

 + How to การกัดสีผมด้วยตัวเองแบบง่ายๆไม่ง้อช่าง +

1. สำรวจเส้นผม

ก่อนที่เราจะกัดสีผม ต้องรู้ก่อนว่าผมเราหนา ยาว บาง หรือมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้กะปริมาณน้ำยาให้เพียงพอต่อ 1 ครั้งได้ง่าย

2. จำนวนในการกัด

โดยปกติแล้วไม่แนะนำให้กัดเกิน 3 ครั้งรวดเดียวจบนะคะ เพราะว่าคุณอาจจะไม่มีโอกาสบำรุงผมให้กลับมาสวยได้ มันจะเสียอย่างรุนแรงเลย หากผมเส้นใหญ่และหนา สามารถกัดได้ 2-3 ครั้ง (ไม่ควรเกินกว่านี้) / ผมเส้นใหญ่แต่บาง ไม่ควรเกิน 2 ครั้ง / ผมเส้นใหญ่ปกติ ไม่ควรเกิน 3 ครั้ง ระวังผมขาดหลุดร่วงนะจ๊ะสาวๆ

3. การลงน้ำยากัด

อย่างกน้ำยากัดค่ะ ใส่ไปเลยให้ชุ่มๆจะได้กัดสีออกมาทั่วถึงกัน ถ้าเราใส่แค่จำนวนน้อยๆ มีหวังออกมาดำๆด่างๆพี่อะเครุไม่รู้ด้วยนะคะ

4. แบ่งผมเป็นช่อ

วิธีทำคล้ายกับการย้อมผมนั่นแหละ แบ่งผมเป็นช่อๆเพื่อให้การกัดสีผมทั่วถึงกันให้มากที่สุด โดยใช้หวีแบ่งผมและหวีให้เป็นเส้นไม่พันกันก่อนที่จะลงน้ำยากัดหากใครถนัดแปรงย้อมผมก็ใช้ได้ แต่ถ้าจะใช้มือแล้วล่ะก็ .. ใส่ถุงมือป้องกันสารเคมีไว้ด้วยนะคะซิส

5. กัดสีเสร็จเรียบร้อย

หากชโลมน้ำยากัดสีผมเสร็จเรียบร้อยทั้งศีรษะแล้วล่ะก็ ทิ้งไว้ 30 นาที หรือถ้าเกิดว่าได้สีผมที่ถูกใจแล้วไปล้างออกเลยก็ได้ค่ะ ล้างให้เกลี้ยงแล้วสระเท่านั้น ห้ามลงครีมนวดผมเด็ดขาด ไม่งั้นย้อมสีผมไม่ติดนะจ๊ะบอกเลย >,<

tumblr

 

+ Trick & Tips +

  1. ควรกัดสีผมตอนผมแห้งสนิทเท่านั้น เพื่อป้องกันการด่างของสี
  2. หากจะฟอกหลายๆรอบในครั้งเดียว ควรล้างและเป่าให้แห้ง ก่อนที่จะฟอกใหม่อีกครั้ง
  3. กัด 3 ครั้งด้วยความแรง 9%, 6%, 3% และไม่ควรกัดเกิดกว่านี้ ผมจะเสียค่ะ
  4. แนะนำว่าหากเส้นผมไม่แข็งแรง ควรให้ระยะเวลาพักเส้นผมหลังฟอกครั้งแรกอย่างน้อย 1 อาทิตย์
  5. บำรุงผมทุกครั้งหลังสระผมด้วยครีมนวดเข้มข้นหรือทรีตเม้นท์
  6. ใส่เซรั่มบำรุงผมก่อนนอน จะช่วยได้ดีมากๆ
  7. หลังกัดสีผม ห้ามเป่าผมด้วยความร้อนเด็ดขาด !
kooding, kstylick, weheartit

 

+ 20 ปัญหาที่คนชอบทำสีหรือกัดสีผมต้องเจอ! +

1. ผมร่วง

โอ้แม่เจ้า ผมชั้นนนนนน ทำไงดีล่ะร่วงไม่หยุดเลย ? ง่ายมากๆ! พักผ่อนหนังศีรษะซะบ้าง อย่าย้อมถี่ๆบ่อยๆจนเกินไป เพราะในน้ำยากัดสีผมและย้อมสีผมนั้นล้วนมีแต่สารเคมี ไม่ร่วงก็แปลกแล้ว

2. สีหลุดเร็ว

สีผมหลุดเร็วนี่คือปัญหาใหญ่หลวงของสาวๆเลย บางคนทำมาแพงจัด แค่ทำสีเทาอ่อนสวยๆ อาจจะถึงกับเข่าอ่อนได้เหมือนกันเมื่อเห็นราคา และสีผมแบบนี้พี่อะเครุบอกเลยว่าอยู่ได้แปปเดียวจริงๆค่ะ เพราะเป็นสีที่ไม่ใช่สีธรรมชาติจึงไม่ค่อยติดทนนั่นเอง!

3. ผมแตกปลาย

แน่นอนว่ายิ่งผมทำสีแล้วดันมาแตกปลายอีกเนี่ย ดูไม่ได้สุดๆ ผมจะดูชี้ฟูไม่มีน้ำหนัก แถมเสียแล้วเสียอีกทำยังไงก็ไม่สวย พี่อะเครุแนะนำว่าให้ไปตัดผมส่วนที่แตกปลายออกแล้วไว้ยาวใหม่จะดีกว่าค่ะ เพื่อให้สารอาหารแก่ผมอย่างเต็มที่ด้วย

See Also

4. ผมแห้งกรอบ

เป็นที่ต้องยอมรับกันให้ได้ในหมู่คนรักการทำสีผมเนอะ ว่ายังไงก็หนีไม่พ้นผมแห้งกรอบแน่ๆ จับแล้วสากมือ ไม่นุ่มสลวย ลมพัดก็ไม่ปลิวจ้า! โอ๊ยพูดแล้วน้ำตาจะไหล ควรหมักผม, ทรีตเม้นท์, อบไอน้ำ ด่วน!!

5. สีผมด่าง ไม่เสมอกัน

ยิ่งคนย้อมผมเองยิ่งด่าง เชื่อเถอะค่ะ ยกเว้นแต่คนที่ย้อมด้วยตนเองจนชิน มีเทคนิคนั่นนี่เยอะแยะมากมาย ส่วนคนที่ไม่เคยย้อมเองอย่างเรายังไงก็ด่างแน่นอน ไม่รู้ว่าจะเก็บผมส่วนไหนก่อน ไม่รู้ว่าจะลงสียังไง ตรงไหนเยอะตรงไหนน้อย แบบนี้ก็จะได้ผมสีทูโทนไปโดยไม่เต็มใจเล้ยยย

6. หน้าจืดสนิท

เคยมีคนกล่าวไว้ว่าถ้าผมสีอ่อนก็ต้องแต่งหน้าจัดๆ อันนี้เป็นอะไรที่เหนื่อยมากค่าาา 555 นอกจากจะต้องบำรุงผมแล้วยังต้องมานั่งบล๊อกตาสโมคกี้อายไปอี๊กกก ไม่งั้นหน้าจะจืดชืดเหมือนวิญญาณเดินได้ แต่ก็นะ.. อยากสวยก็ต้องอดทนนี่นา ฮึบๆ!

7. สระผมบ่อยไม่ได้

ในยาย้อมผมหรือกัดสีผมบางยี่ห้อบอกว่าหลังจากย้อมสีผม ห้ามสระผมเป็นเวลา 2-3 วัน เพื่อให้สีเซ็ทตัวและไม่หลุดเร็วเกินไป.. เอาล่ะสิ แล้วสาวผมมันหัวเหนียวอย่างเราถ้าไม่สระจะมันเยิ้มเหมือนคุณป้าใส่เจล แค่คิดก็คันหนังศีรษะขึ้นมาเลยนะเนี่ย

8. ย้อมสีผมแต่ไม่เคยได้สีที่ต้องการ

เป็นไปได้ยากฝุดๆ กับการกัดสีผมครั้งเดียวแล้วได้ผมสว่างจ้าาา หรือ ย้อมสีผมครั้งเดียวแล้วสีได้ตามรูปหน้ากล่องเป๊ะ! อย่าลืมว่าเส้นผมคนเราไม่เหมือนกัน เส้นใหญ่ เส้นเล็ก ผมหนา ผมบาง และพื้นสีผมของคุณเอง จะให้ย้อมครั้งเดียวแล้วสวยเลย มันยากมากๆค่ะ

9. ไม่มีเวลาเติมสีผม

งานก็เยอะ พักผ่อนก็น้อย จะเอาเวลาที่ไหนไปเติมสีผมล่ะคะแม่คุณ บอกพี่อะเครุที! ผมก็ยาวไวเกิ๊นนนน จนผมที่งอกใหม่มีสีดำสนิทตัดกับสีผมเดิมซะงั้น ดูแล้วไม่สวยอย่างแรง แต่ก็ไม่รู้จะทำตอนไหน เอาเป็นว่าอย่าปล่อยไว้นาน ต้องหาเวลาไปย้อมผมเติมสีแล้วล่ะ

10. ช่างทำผมชอบบอกว่าได้ๆไว้ก่อน

ไม่ว่าคุณจะเอาสีผมสีไหนไปให้ช่างดู เค้าก็จะบอกแค่ว่าทำได้ๆ ต้องซื้อนั่น ซื้อนี่ ใช้ตัวนั้น ใช้ตัวนี้ จนเราเคลิ้มและเอาทุกออพชั่นที่ช่างเสนอมา แต่ผลลัพท์หลังจากที่ทำออกมา.. อ้าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้ที่หน่า 555 ไม่ต้องเสียใจไป บำรุงใหม่แล้วกลับไปย้อมเองสวยๆเริ่ดๆที่บ้านก็ได้

11. ผมฟูเป็นแอฟโร่

สาวๆคะ คนที่พื้นผมเป็นสีเข้มอยู่แล้วอย่างสีดาร์คช็อกโกแลตหรือสีดำ จะให้กัดสีผมทีเดียวแล้วสว่างเลยไม่สามารถทำได้นะคะ อาจจะต้องกัด 2-3 รอบ ซึ่งการกัดในจำนวนเยอะๆแบบนี้มีโอกาสมากๆเลยจ้า.. โอกาสในการโดนตัดผมเนี่ยค่ะ !! เตรียมใจไว้เลยว่าฟูฟ่องและไร้น้ำหนักชัวร์

12. ผมเป็นไม้กวาด

ไม่ต้องเสียใจไป ทำสีผมบ่อยๆ สภาพเส้นผมรับไม่ไหวอยู่แล้วล่ะ ยังไงก็เสีย เสีย เสียยยย! สารพัดปัญหาที่คุณจะต้องเจอกับการโดนแซวว่าหัวไม้กวาด, นี่ผมหรือไม่ปัดหยากไย่, ขอยืมผมไปกวาดใบไม้หน่อย ฮืออออ พูดแล้วน้ำตาจะไหล

13. ไม่ชินหน้า

ไม่ใช่แค่คุณไม่ชินหน้าตัวเอง แต่รวมไปถึงพ่อแม่พี่น้อง, เพื่อนที่ทำงาน ที่อาจจะงงๆหน่อยเมื่อคุณเข้าไปทำงานในวันถัดไปว่าเอ๊ะนั่นใคร.. เดินตามหลังเราก็ไม่กล้าทักเพราะกลัวผิดคน!

14. ต้องใช้แชมพูสูตรอ่อนๆ

หนังศีรษะของเราเมื่อถูกทำร้ายมาอย่างหนักหน่วงด้วยสารเคมีต่างๆแล้ว ก็ต้องสระผมด้วยแชมพูอ่อนๆอย่างแชมพูเด็กนี่แหละค่ะเป็นทางเลือกที่ไม่อยากเลือกแต่ก็ต้องใช้นะคะ เพราะแชมพูเด็กจะไม่ทำร้ายผมให้เสียมากกว่าไปนี้แน่นอน!

15. ใช้เวลานานมากเวอร์

จะบอกว่าทำสีผมแต่ละทีนี่ไม่ใช่เล่นๆนะจ๊ะ ควรเคลียร์คิวของตัวเองให้ว่างจริงๆ เพราะทั้งกัดสี ทั้งลงสี บำรุงผม อบไอน้ำ 12 ชั่วโมงก็ไม่พอค่ะพูดเลย ใจไม่รักจริงทำไม่ได้นะคะซิส 555

16. หัวมันเยิ้มเพราะน้ำมันบำรุงผม

บางคนอาจจะบอกว่าฉันไม่ชอบทา ฉันไม่ใส่หรอกน้ำมันบำรุงผมเนี่ย! ใช่ค่ะ แต่ในที่นี้หมายถึง ‘คนที่กัดผมบ่อยจนผมเสียแต่ไม่อยากตัดผม’ ในที่นี้คือต้องบำรุงอย่างเดียวละ ใส่เข้าไปค่ะน้ำมันบำรุงผมเอย วิตามินผมเอย ต้องมองข้ามความหัวมันไปนะคะไม่งั้นจิตตกสุดๆ

17. อาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำอุ่นไม่ได้

ไม่เชิงว่าจะไม่ได้ซะทีเดียว แต่หลีกเลี่ยงไว้จะเวิร์คกว่า น้ำอุ่นมีโอกาสทำให้ผมที่แห้งเสียอยู่แล้ว กลับเสียหนักไปกว่าเดิมอีกนะคะบอกเลย ทั้งแห้ง ทั้งกรอบ งานนี้ล่ะแก้ยากแน่

18. สีเฟด

เหมือนกางเกงยีนส์เลย ยิ่งซักยิ่งซีด แต่อันนี้ยิ่งสระยิ่งหลุด จากสีผมสวยๆ จะเริ่มด่างไม่เท่ากัน ที่เคยเทาๆสวยๆจะเริ่มออกส้มๆ โอ๊ยทนดูไม่ได้จริงๆ อย่าพยายามไปยุ่งกับผมมากเลยดีกว่าค่ะ Let It Goooooo

19. ผมเป็นที่กักเก็บฝุ่น

โอ้โหพูดแล้วขึ้นเลย! ปัญหาผมเก็บฝุ่นที่สาวๆบางคนต้องเคยเจอมาแน่ๆ เกิดขึ้นกับคนที่ผมเสียแตกปลาย เส้นผมไม่เรียบลื่นเป็นเส้นเดียวกัน เพราะฉะนั้นฝุ่นผงต่างๆที่ลอยมากับลมก็จะเกาะบนผมแห้งๆของเราได้ง่ายกว่าปกติ เจอแบบนี้แล้วไม่สระผมก็คงเกินทนจริงๆ

20. นักกีฬามีโอกาสผมเสียเร็วกว่าคนอื่น

อย่างงเลยค่ะว่าทำไมนักกีฬาถึงต้องผมเสียเร็วกว่าคนอื่น ก็เพราะเส้นผมไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าที่ควร ซ้ำไปกว่านั้นยังเจอทั้งแดด ลม เหงื่อ หนักไปกว่านั้นคือนักกีฬาว่ายน้ำจ้าาาา! เดี๋ยวผมก็เปียก เดี๋ยวผมก็แห้ง ไหนจะคลอรีนในสระอีก โอ้วววว ต้องดูแลให้ดีกว่าคนอื่น 3 เท่าเลย!

instagram
pinimg

เจ๋งมากๆกับน้ำยากัดสีผม หรือที่เรียกอีกอย่างว่าน้ำยาฟอกผม ใครที่เป็นสาวกตัวยงในการเปลี่ยนสีผมล่ะก็ พลาดไม่ได้เชียว ต้องลองสักยี่ห้อแล้วล่ะค่ะ ^^

20 เคล็ดลับย้อมสีผมด้วยตัวเองให้สวยปัง สีไม่ด่าง!!

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top