แชร์ประสบการณ์ขายสินค้ามือสองที่ Book off ประเทศญี่ปุ่น – AkeruFeed
minstrel
Home / JAPAN / แชร์ประสบการณ์ขายสินค้ามือสองที่ Book off ประเทศญี่ปุ่น

แชร์ประสบการณ์ขายสินค้ามือสองที่ Book off ประเทศญี่ปุ่น

เสื้อผ้ามือสองถือเป็นที่นิยมกันแพร่หลายในปัจจุบัน และในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็เช่นกัน ถึงขั้นมีร้านขายเสื้อผ้ามือสองอยู่กระจายทั่วเต็มไปหมดเลยก็ว่าได้ วันนี้พี่อะเครุเลยจะพาทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นมีข้อจำกัดเรื่องการทิ้งขยะหรือของใช้ต่างๆค่อนข้างเข้มงวดมากๆ จึงทำให้ร้านขายสินค้ามือสองเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ร้าน Book off ก็เป็นอีกร้านที่มีชื่อเสียงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น มีสาขาหลายแห่ง และยังมีทั้ง Book off, Book off Plus+ และ Book off Super Bazaar แยกกันอีกด้วย ไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะว่ามันคืออะไร

มารู้จักBook off กันก่อนดีกว่า!!

Book off จะแบ่งออกเป็น 3 แบบ โดยมีความต่างกันที่ขนาดและความหลากหลายของสินค้า เป็นร้านขายสินค้ามือสองปลอดภาษี ราคาแปะไว้ว่าเท่าไหร่ก็เท่านั้นเลย ไม่มีบวกเพิ่มภาษีใดใด ราคาสินค้าในร้านก็มีตั้งแต่ 200 เยนเป็นต้นไป ถือว่าถูกมากๆ เพราะสภาพสินค้าไม่ได้ดูเก่าเลยจริงๆ

ความแตกต่างของ Book off ทั้ง 3แบบ

1. Book off

Book off เป็นร้านมือสองที่พบได้เยอะมากในประเทศญี่ปุ่น มีสินค้าจำพวก หนังสือ ซีดีเพลง หนัง เกมมากมาย ซึ่งจะดูเงียบสงบราวกับว่าเดินเข้าร้านหนังสือ สภาพสินค้าก็ถือว่าใหม่มากพอสมควรเลยทีเดียว

2. Book off Plus+

Book off Plus+ เป็นร้านที่รวมสินค้าแบรนด์เนมเลยก็ว่าได้ จะแตกต่างจาก Book off ตรงที่มีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แต่ก็ยังคงมีหนังสือ เกม ซีดี และเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เช่นกัน

3. Book off Super Bazaar

สำหรับ Book off Super Bazaar นั้นถือว่าเป็นร้านที่ใหญ่และมีสินค้าเยอะมากที่สุดในบรรดา Book off ทั้งหมด ซึ่งจะประกอบไปด้วยโซนเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ โซนหนังสือและดีวีดี โซนเครื่องดนตรีและของใช้อิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง หรือพูดง่ายๆก็คือเป็น Book off ที่รวมสินค้าทุกชนิดเลยทีเดียว

Book off ขายสินค้ามีอะไรบ้าง

Book off แต่ละสาขาจะมีความแตกต่างกันไปอย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้นแต่ละสาขาจะมีของขายที่ต่างกันออกไป แต่จะสรุปรวมๆให้ทุกคนได้เห็นภาพกันว่ามีอะไรบ้างและเป็นยังไง

เริ่มกันที่โซนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนมนานาชนิดที่แบ่งเป็นสัดส่วนเลยว่าโซนนี้เป็นแบรนด์เนมทั้งหมดเลยนะ

และยังมีโซนเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ไอแพด ไอโฟน โน๊ตบุ๊ค เป็นต้น ซึ่งสินค้าบางชิ้นยังมีประกันและสภาพดูใหม่มาก นอกจากนี้ก็มีเครื่องดนตรี ไม่ว่าจะเป็นกีตาร์ เปียโน หรือคีย์บอร์ด สินค้าเหล่านี้บางชิ้นมีประกันให้อีกด้วย ถือว่าสำหรับมือใหม่หัดเล่น หรือใครที่งบน้อย แต่อยากมีเป็นของตัวเอง ลองมาดูที่นี่ได้ เพราะเรื่องราคานี่บอกเลยว่าถูกจนต้องตกใจกันเลยทีเดียว

และสำหรับสาวกอนิเมะล่ะก็ ที่นี่มีทั้งโมเดล ฟิกเกอร์ และสารพัดสิ่งของสำหรับเหล่าบรรดาสาวกอีกด้วย

นอกจากสินค้าเหล่านั้นแล้ว ยังมีโซนหนังสือสำหรับบรรดาคนรักการอ่านอีกด้วย แต่ว่าก็เป็นภาษาญี่ปุ่นเนอะ ก็คงจะต้องสำหรับคนที่ได้ภาษาญี่ปุ่น หนังสือดูใหม่เหมือนไม่ใช่สินค้ามือสองเลยล่ะค่ะ

และสุดท้ายก็คือซีดี ดีวีดีทั้งหลาย บางแผ่นเป็นของที่ไม่เคยเปิดฟังเลยเสียด้วยซ้ำ และมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือหนัง รวมไปถึงแผ่นเกมด้วยจ้า

ขายอะไรได้บ้างที่ Book off

สินค้าที่เอามาขายที่ Book off นั้น เป็นสินค้าที่เราไม่ใช้แล้ว แต่ยังสภาพดีอยู่ไม่ขาด พัง หรือเลอะประมาณนั้น ประเภทสินค้าที่มาขายที่นี่ได้ก็คือสินค้าทุกอย่างที่ที่นี่มีขายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดนตรี หนังสือ ซีดีได้หมดเลยจ้า

ข้อควรปฏิบัติก่อนมาขายสินค้าที่ Book off

1. ทำความสะอาดของที่จะเอามาขายให้เรียบร้อย

2. พับหรือใส่ถุงอย่างเป็นระเบียบ (ไม่ยัดๆใส่ถุงมานะ)

3. แบ่งประเภทสินค้า (เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ ของใช้ หนังสือ หรือซีดี)

4. เช็คตำแหน่งสาขา หรือแวะมาดูก่อนว่าสาขานั้นรับซื้ออะไรบ้าง (อย่างที่บอกไปว่า แต่ละสาขาขายของแตกต่างกันไป)

ขั้นตอนการขายของมือสอง

1. มาถึงหาเคาเตอร์ที่เขียนว่า買取แล้วตรงเข้าไปหาพนักงานเลย แล้วบอกกับพนังงานว่ามาขายของมือสอง หรือถ้าให้ง่าย ยกถุงของขึ้นให้พนักงานดูก็ได้จ้า

2. พนังงานจะออกบัตรมาให้เราและให้รอประมาณ 5 นาที (ถ้าคนไม่เยอะนะคะ ถ้าคนเยอะอาจจะรอเกิน 5 นาที) เมื่อถึงคิวเราก็เอาใบหมายเลขที่พนักงานให้มาตอนแรก ยื่นคืนกลับไปให้พนักงาน แล้วพนักงานก็จะแจ้งยอดมาให้ว่ากี่ตัวและราคาทั้งหมดเท่าไหร่ ก็เช็คดูว่าโอเคมั้ยอะไรยังไง

(สินค้าที่พนักงานไม่ได้รับซื้อไป พนังงานจะเอามาคืนและถามว่า จะนำกลับไปด้วยหรือว่าจะทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้ ดังนั้นแนะนำว่าถ้าไม่เอาแล้วคิดว่าแบกกลับไปก็ทิ้งอยู่ดี ก็ให้พนักงานไปจัดการเถอะ เพราะหอบกลับไปจะเป็นภาระตนเองไปอีก)

3. พนักงานจะให้เรากรอกรายละเอียดว่าชื่ออะไร พักอยู่ที่ไหน วันเดือนปีเกิด และให้เราเซ็นชื่อ และพนักงานก็จะจ่ายเงินค่าค่าของ พร้อมใบเสร็จเป็นอันเสร็จสิ้น

ถึงแม้ยอดเงินจะไม่สูงแต่ว่าถ้าไม่เอาอยู่แล้วก็มาขายดีกว่าทิ้งไปเฉยๆ สำหรับคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นก็แวะมาหาซื้อเสื้อผ้ามือสองใส่ได้ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว ถ้าโชคดีอาจจะได้เสื้อกันหนาวตัวละ 200 เยนในสภาพสวยงามก็ได้ ก่อนกลับเสื้อผ้าอะไรไม่เอาแต่สภาพยังดีก็ลองเอามาขายดูจะได้ไม่ต้องเปลืองค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางด้วย

พิกัด Book off เข้ามาเช็คได้ในเว็บไซต์หรือจะเสิร์ชกูเกิ้ลก็ได้ อย่างพี่อะเครุไปสาขามัตสึโดะมาเป็น Book off Super Bazaar ใครแวะมาญี่ปุ่นก็ลองไปดูละกันนะ แนะนำเลยสำหรับนักช็อปของราคาถูก

ที่มารูปภาพ: Bookoff

 

ถ้าชอบบทความนี้ กด Like
เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

กดติดตาม akerufeed ทางทวิตเตอร์

ซื้อขายสินค้ามือสอง ซื้อขายสินค้ามือสองที่ญี่ปุ่น ร้านของมือสอง เที่ยวญี่ปุ่น
สูตรน้ำชง, Sunquick, แจก 25 สูตรน้ำชง สำหรับทำขายหรือทำกินเองที่บ้าน ไม่ต้องง้อร้านค้า12 สูตรเมนูชีสยืดเด็ดๆ Imperial Duo Cheese Mix20 ไอเดียใส่เดรสกระโปรงสไตล์เกาหลี ลุคสดใสน่ารักๆ12 สูตรเบเกอรี่ ทำขนมแบบง่ายๆ สอนทำอย่างละเอียด!แนะนำ 7 ไอเทมลดฝ้า จุดด่างดำ สุดปังในปี 2020

Check Also

เทรนด์มาแรง! เครื่องสำอางโปร่งแสงสุดล้ำ จากญี่ปุ่น

เมื่อไม่นานมานี …

Previous แน่ใจแล้วใช่ไหม? 5 คำถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ ก่อนคืนดีกับแฟนเก่า
Next แนะนำต้นไม้ 6 ชนิดช่วยฟอกอากาศในบ้านให้สดชื่น นอนหลับสบายขึ้น
Don`t copy text!