Now Reading
กินยังไงให้หุ่นดี!? กับ 15 สูตรอาหารไทย แคลอรี่ต่ำ

กินยังไงให้หุ่นดี!? กับ 15 สูตรอาหารไทย แคลอรี่ต่ำ

เชื่อว่าปัญหาเรื่องน้ำหนักก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดมาคู่กับมนุษย์ผู้รักการทานอย่างเราๆ กันอย่างแน่นอน แต่วันนี้เพื่อนๆ ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะเราจะมาแชร์ 15 สูตรอาหารไทย แคลอรีต่ำ ทานแล้วหุ่นสวย ให้เพื่อนๆ ไปลองทำตามกัน

แคลอรี่ที่ควรทานให้เหมาะสมใน 1 วัน

เชื่อว่าใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ก็จะรู้เรื่องปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการใน 1 วันกันบ้างแล้ว แต่ว่าวันนี้พี่อะเครุเลยจะมาขอย้ำเพื่อนๆ กันอีกทีว่า เราควรทานแคลอรี่ปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสมต่อ 1 วันค่ะ

  • ผู้หญิง ควรทานอยู่ที่ 1,800 – 2,500 แคลอรี่ต่อวัน
  • ผู้ชาย ควรทานอยู่ที่ 1,500 – 2,000 แคลอรี่ต่อวัน

15 สูตรอาหารไทย แคลอรี่ต่ำ

ก่อนที่จะไปดูเมนูต้องขอบอกเพื่อนๆ ก่อนว่า เมนูที่นำมาฝากกันในวันนี้ จริงอยู่ที่แคลอรี่อาจจะน้อยแต่เพื่อนๆ ก็ควรทานให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ พอดีด้วยนะคะ

1.แกงจืดผักกาดขาว เต้าหู้หมูสับ

เปิดเมนูแรกกับด้วย เมนูแกงจืด เมนูฮิตติดครัวไทยเพราะการวิธีการทำที่ค่อนข้างง่าย และอร่อยถูกใจทุกเพศทุกวัยจริงๆ ค่ะ เมนูนี้ 110 แคลอรี่เท่านั้น

ส่วนผสม:

  • เนื้อหมูสับไม่ติดมัน 500 กรัม
  • เต้าหู้ไข่ 1 ชิ้น
  • ผักกาดขาว 1 หัวเล็ก
  • แคร์รอตหั่นเต๋า 1/2 ลูก
  • ขึ้นฉ่ายซอย 2 ต้น
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  • กระเทียมทุบ 5 กลีบ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย

วิธีทำ:

  1. เตรียมเนื้อหมูด้วยการหมักด้วย เกลือ พริกไทย ทิ้งไว้ 10 นาที
  2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระเทียมทุบ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว
  3. ปั้นหมูเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงในน้ำที่เดือด แล้วรอให้เนื้อหมูสุก
  4. ใส่แคร์รอต ผักกาดขาว และเต้าหู้ไข่ จากนั้นทิ้งไว้ให้น้ำแกงเดือดอีกครั้ง
  5. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย

2. ยำเส้นแก้ว

มาต่อกันที่เมนูยำรสชาติจัดจ้าน แต่ทานแล้วอร่อยไม่มีเบื่ออย่าแน่นอน ด้วยส่วนผสมและวัตถุแต่ละอย่างในเมนูนี้ที่บอกเลยว่า ทานได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก เมนูนี้เท่ากับ 120 แคลอรี่

ส่วนผสม:

  • เส้นแก้ว 10 กรัม
  • น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลกรวด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • อกไก่สับ 100 กรัม
  • กระหล่ำปลี 50 กรัม
  • แคร์รอต 20 กรัม
  • เห็ดบีช 20 กรัม
  • หมูยอเห็ดหอม 20 กรัม
  • พริกชี้ฟ้าแดงตำ 4 เม็ด
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนชา
  • หอมหัวใหญ่ 20 กรัม
  • มะเขือเทศ 2 ลูก
  • ขึ้นฉ่าย 1 ต้น

วิธีทำ:

  1. เตรียมน้ำยำโดยน้ำเปล่าไปต้มให้เดือดจากนั้นใส่ น้ำตาลกรวด เกลือ แล้วเคี่ยวให้น้ำตาลละลาย เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยพักทิ้งไว้
  2. นำอกไก่สับไปคั่วกับน้ำเปล่าเล็กน้อยให้สุกแล้วตักพักไว้
  3. ต้มน้ำให้เดือดอีกครั้งใส่เส้นแก้วลงไปลวก จากนั้นนำกระหล่ำปลี แคร์รอต เห็ดบีช หมูยอเห็ดหอม ไปลวกตามให้สุกพักไว้
  4. นำพริกที่ตำแล้วใส่ชามคลุก เติมน้ำมะนาว และใส่น้ำยำที่เตรียมไว้ 4 ช้อนโต๊ะ ใส่หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ และอกไก่ที่สุกแล้วลงไปคลุกให้เข้ากัน
  5. จากนั้นใส่เส้นแก้ว และผักที่ลวกไว้ ตามด้วยหมูยอเห็ดหอม คลุกให้เข้ากันอีกทีจากนั้นโรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย

3. น้ำพริกกะปิ

เป็นอีกเมนูที่มีเพียงแค่ 55 แคลอรี่ เรียกว่าน้อยมากๆ เลยแต่เห็นแคลอรี่น้อยแบบนี้ก็อย่าดีใจจนทานกับข้าวในปริมาณเยอะนะคะ แนะนำให้ทานกับข้าวไรซ์เบอร์รีที่มีแคลอรี่น้อยกว่าข้าวหอมมะลิดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม:

  • พริกขี้หนู ตามความชอบ
  • กระเทียมไทย 10 กลีบ
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือพวง
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักเครื่องเคียงตามใจชอบ
  • ปลาทูทอด

วิธีทำ:

  1. ทอดปลาทูให้สุกเหลืองกรอบ
  2. ตำน้ำพริกด้วย พริกขี้หนู กระเทียม กะปิ น้ำตาลปี๊บ ให้เข้ากัน
  3. จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว คลุกให้เข้ากัน เติมมะเขือพวงลงไปโขลกเบาๆ เป็นอักเสร็จ เสิร์ฟพร้อมผักปลาทูทอดและผักเคียง

4. ส้มตำปูไทย

อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของคนไทยที่เรียกว่าถูกปากถูกใจทุกเพศทุกวัยกันอย่างแน่นอน และที่สำคัญเมนูนี้มีแค่ 200 แคลอรี่เท่านั้นเองค่ะ

ส่วนผสม:

  • มะละกอสับ 200 กรัม
  • มะเขือเทศ 2 ลูก
  • มะนาว 1 ลูก
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้ง ตามใจชอบ
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • ปูไทยดอง 2 ตัว
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่ว 10 กรัม

วิธีทำ:

  1. ตำพริกแห้งกับกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บ มะนาว น้ำปลา ตำให้เข้ากัน
  2. ใส่ปู ถั่วลิสง มะเขือเทศ ตำให้ทุกอย่างเข้ากันดี
  3. ใส่เส้นมะละกอลงไป และคลุกทุกอย่างให้เข้ากัน

5. ยำอกไก่

มากันอีกหนึ่งเมนูยำที่บอกเลยว่า สายออกกำลังกาย สายอยากมีกล้ามต้องห้ามพลาด เพราะนอกจะจะไม่อ้วนแล้ว ยังมีโปรตีนที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้ออีกด้วย เมนูนี้ 120 แคลอรี่

ส่วนผสม:

  • อกไก่ลอกหนัง 2 ชิ้น
  • กะหล่ำปลี 1/4 หัว
  • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
  • แคร์รอต 1/2 ลูก
  • มะเขือเทศ 4 ลูก
  • พริก 5 เม็ด
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • มะนาว 1/2 ลูก
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ก้อน
  • น้ำต้มสุก 1 ถ้วย

วิธีทำ:

  1. นำอกไก่ไปต้มให้สุก แล้วนำมาฉีกให้เป็นเส้นเล็กๆ
  2. เตรียมน้ำยำด้วยพริก กระเทียมตำ แล้วใส่น้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา แล้วคนทุกอย่างให้เข้ากัน หากน้ำแห้งให้เติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย
  3. ใส่กะหล่ำปลี แคร์รอต มะเขือเทศ ซอยเตรียมไว้ จากนั้นใส่เนื้ออกไก่ฉีกแล้วคนทุกอย่างให้เข้ากัน

6. ต้มเลือดหมู

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่สามารถหาทานได้ง่าย และมีพลังงานเพียงแค่ 120 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย แนะนำให้ทานกับข้าวไรซ์เบอร์รีเพื่อเพิ่มความอยู่ท้อง

ส่วนผสม:

  • กระดูกสันหลังหมู 500 กรัม
  • ตำลึง 1 กำมือ (เด็ดเอาเฉพาะใบ)
  • ผักกาดหอม 3 ใบ
  • ตับหมู 50 กรัม (หั่นชิ้นบาง)
  • เลือดหมู 1 ก้อน (หั่นชิ้นพอคำ)
  • เซี่ยงจี้ 50 กรัม (หั่นชิ้นบาง)
  • หมูสับ 100 กรัม (หมักด้วยพริกไทย,น้ำมันหอย ,น้ำตาล ,ซีอิ๊วขาว)
  • ไส้อ่อน 50 กรัม (หั่นท่อน 1 นิ้ว)
  • เนื้อหมูสันใน 50 กรัม (หั่นชิ้นบาง)
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสถั่วเหลือง 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอย
  • ต้นหอมซอย
  • น้ำเปล่า 700 กรัม

วิธีทำ:

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่กระดูกหมู
  2. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง และพริกไทยป่น
  3. ปิดฝาต้มให้เดือด 30 นาที จากนั้นตักกระดูกหมูออกพักไว้
  4. ปั้นหมูสับเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงในน้ำซุป รอให้หมูสุก
  5. จากนั้นใส่ตับหมู เนื้อหมู ไส้อ่อน เซี่ยงจี้ เลือดหมู และทิ้งไว้น้ำให้เดือดอีกครั้ง
  6. ใส่ใบตำลึงและผักกาดหอมในชามที่จะใช้เสิร์ฟ
  7. จากนั้นตักน้ำซุปและเครื่องที่ต้มไว้แล้วลงไปโรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี และกระเทียมเจียว

7. แกงไตปลา

เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารประจำภาคใต้ มีรสชาติที่จัดจ้าน และนำแกงที่เหลืองอร่อยน่าทาน ทานได้กับทั้งข้าวและขนมจีนเลยทีเดียว และที่สำคัญมีพลังงานเพียงแค่ 50 แคลอรี่ / 1 ถ้วย

ส่วนผสม:

  • ไตปลาทู 1 ถ้วย
  • น้ำเปล่า 3-4 ถ้วย
  • ข่า 3 แว่น
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 4-5 ใบ
  • เครื่องแกงเผ็ดใต้
  • ปลาทูนึ่ง 2 ตัว
  • ถั่วฝักยาว
  • หน่อไม้
  • ฟักทอง
  • มะเขือเปราะ
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ เล็กน้อย

วิธีทำ:

  1. ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดและไตปลา ลงไปต้ม
  2. จากนั้นคนจนไตปลาละลาย แล้วปิดไฟแล้วกรองเอาน้ำออก พักไว้ให้เย็น
  3. นำน้ำไตปลาที่กรองแล้ว มาตั้งไฟให้เดือด ใส่เครื่องแกง กะปิ ฟักทอง หน่อไม้ มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว แล้วรอให้ผักสุกสักนิด
  4. จากนั้นใส่เนื้อปลาทูที่แกะเอาเฉพาะเนื้อลงไป ใส่น้ำมะขามเปียก ปรุงรสตามใจชอบและต้มรอให้ส่วนผสมกับน้ำแกงเข้าที่ก็เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

8. ยำมะเขือยาว

มาต่อกันที่อีกหนึ่งเมนูเอาใจสายยำ กับยำมะเขือยาวที่เรียกว่า เป็นอีกเมนูที่คนนิยมเลือกทานเวลาต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะในปริมาณ 1 จานให้พลังงานเพียงแค่ 167 แคลอรี่

ส่วนผสม:

  • มะเขือยาว 1 ลูก
  • หมูบด 50 กรัม
  • พริกแดงซอย
  • หอมแดงซอย
  • ผักชี
  • ไข่ต้ม 1 ฟอง
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา

วิธีทำ:

  1. หั่นมะเขือยาวเป็นท่อนๆ ยาวขนาด 5 นิ้ว แล้วนำไปย่างบนกระทะให้สุกนุ่ม
  2. จากนั้นนำมะเขือยาวไปน็อคน้ำเย็นแล้วลอกเปลือกออก
  3. เอาหมูสับไปต้มให้สุก
  4. ทำน้ำยำด้วย น้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา พริกแดง หอมแดง และหมูสับ คนทุกอย่างให้เข้ากัน
  5. นำมะเขือมาจัดใส่จาน ราดด้วยน้ำยำ และเสิร์ฟพร้อมกับไข่ต้มเป็นอันเสร็จ

9. แกงเลียงใบตำลึงกุ้งสด

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากผักนานาชนิด เรียกได้ว่าทานแกงถ้วยเดียวก็ได้รับสารอาหารที่ครบครันกันด้วยพลังงานเพียงแค่ 104 แคลอรี่เท่านั้น

ส่วนผสม:

  • ฟักทอง 100-120 กรัม
  • ใบตำลึง 50 กรัม
  • บวบเหลี่ยม 60 กรัม
  • ใบแมงลัก 30 กรัม
  • ข้าวโพดอ่อน 50 กรัม
  • กุ้งสด 6 ตัว
  • น้ำซุป 2 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 5 หัว
  • เม็ดพริกไทย 15 เม็ด
  • พริกขี้หนูสวน 2 เม็ด
  • กะปิ 1/2 ช้อนชา
  • กุ้งต้มสุก 4 ตัว

วิธีทำ:

  1. ตำส่วนผสมน้ำพริกแกงเลียงให้ละเอียดด้วย หอมแดง พริกไทยเม็ด พริกขี้หนูสวน กะปิ กุ้งต้มสุก
  2. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่น้ำพริกแกงเลียงลงไปแล้วคนให้ละลาย
  3. ใส่ฟักทองต้มสุก แล้วใส่บวบ ข้าวโพดอ่อน และกุ้งสด รอให้ทุกอย่างสุกเข้าที่
  4. ปรุงรสด้วยน้ำปลา ใส่ใบตำลึง ใบแมงลัก ทิ้งไว้สักพักให้แกงเดือดแล้วตักเสิร์ฟ

10. ต้มยำกุ้งน้ำใส

ถือว่าเป็นเมนูยอดฮิตของคนไทยกันเลยทีเดียวนะคะ กับเมนูต้มยำกุ้งที่ถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเลย และที่สำคัญสูตรนี้ให้พลังงานเพียงแค่ 66 แคลอรี่อีกด้วย

ส่วนผสม:

  • กุ้งสด 250 กรัม
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
  • เห็ด 300 กรัม
  • พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะนาว 1 ลูก
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ผักชีซอย 2 ต้น
  • ข่า 1/2 หัว
  • ตะไคร้ 2 ต้น
  • ใบมะกรูด 5 ใบ
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • หอมแดง 3 หัว

วิธีทำ:

  1. ต้มน้ำให้เดือดจากนั้นใส่ หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ แล้วรอให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  2. ใส่เห็ด และรอให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  3. ใส่ใบมะกรูดฉีก และกุ้งสดตามลงไป
  4. ปรุงรสด้วย เกลือป่น น้ำปลา และรอให้น้ำเดือดระหว่างนี้ให้ตักฟองที่ลอยขึ้นมาทิ้งไป
  5. พอกุ้งสุกให้ปิดไฟ แล้วใส่พริก มะนาว และปิดทายด้วยผักชีซอย

11. ผัดกะเพรา

มาถึงอีกหนึ่งเมนูที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน และถือเป็นอาหารสตรีทฟู้ดที่โด่งดังของอีกด้วย โดยเมนูนี้จะใช้เนื้ออกไก่แทนเพราะมีแคลอรีที่ค่อนข้างน้อย  440 แคลอรี่

See Also

ส่วนผสม:

  • เนื้อสะโพกไก่ 500 กรัม
  • กระเทียม 40 กรัม
  • พริกแดงจินดา 30 กรัม
  • พริกแห้ง 10 กรัม
  • ใบกะเพรา 20 กรัม
  • ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ:

  1. นำพริกแห้งไปคั่วในไฟอ่อนให้หอม
  2. นำพริกแห้งคั่ว พริกจินดาแดง กระเทียมไปตำแบบหยาบๆ
  3. นำไปผัดในกระทะให้มีกลิ่นหอม ใส่อกไก่สับลงไปผัดให้สุก
  4. จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำตาล ซอสหอยนางรม น้ำปลา
  5. ใส่ใบกะเพราลงไปผัดให้หอม พร้อมเสิร์ฟ

12. แกงเห็ด

อีกหนึ่งแกงยอดฮิตสำหรับคนลดน้ำหนัก เพราะเห็ดถือเป็นพืชที่มีแคลอรีต่ำแต่ให้ความอิ่มอยู่ท้องที่นานสุดๆ โดยแกงเห็ด 1 ถ้วยให้พลังงานอยู่ที่ 90 แคลอรี่ สูตรนี้จะใส่น้ำปลาร้าเพื่อเพิ่มความนัวด้วยนะคะ

ส่วนผสม:

  • เห็ด 1 จานใหญ่
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริก&ตะไคร้ 1 ถ้วยเล็ก
  • ใบแมงลัก 1 ถ้วย

วิธีทำ:

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่พริกกับตะไคร้ตำแล้วลง
  2. ใส่เห็ดที่เตรียมไว้ลงไป รอให้น้ำเดือดสักพักเพื่อให้เห็ดสุก
  3. ใส่น้ำปลาร้าลงไป
  4. ปรุงรสด้วย น้ำปลา ผงปรุงรส เกลือป่น และรอให้น้ำเดือดอีกครั้ง
  5. ใส่ใบแมงลัก คนให้เข้ากันเป็นเสร็จ

13. แกงจืดมะระ

มาต่อกันอีกหนึ่งเมนูแกง ที่ทำตามได้ง่ายสุดๆ แถมยังทำทานแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรี่อีกด้วยเพราะแกง 1 ถ้วยให้พลังงานแค่ 90 แคลอรี่

ส่วนผสม:

  • มะระ 1,000 กรัม
  • กระดูกอ่อนหมู 300 กรัม
  • ผักกาดดองเปรี้ยว 50 กรัม
  • กระเทียม 20 กรัม
  • พริกไทย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชี 10 กรัม
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 3,000 ml.

วิธีทำ:

  1. นำมะระมาผ่าครึ่งแล้วขูดเอาเมล็ดในออกให้หมด แนะนำให้ขูดเอากากสีขาวออกมาด้วยเพื่อไม่ให้มะระขม และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  2. ตำพริกไทยเม็ด รากผักชี กระเทียม
  3. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงที่ตำไว้ ตามด้วยกระดูกอ่อน
  4. ใส่มะระ และผักกาดดองเปรี้ยวลงไปเพื่อตัดรสชม จากนั้นต้มให้ทุกอย่างสุกด้วยไฟอ่อน แต่ห้ามปิดฝาหม้อเด็ดขาด
  5. ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และต้มต่อประมาณ 1 ชั่วโมงให้กระดูกอ่อนพร้อมเสิร์ฟ

14. ลาบเห็ดรวม

อีกหนึ่งเมนูจากภาคอีสานเอาใจสาวๆ สายแซ่บ ที่รักอาหารรสชาติจัดจ้าน และที่สำคัญคนที่ทานมังสวิรัติก็สามารถทานจานนี้ได้ค่ะ จานนี้ให้พลังงานอยู่ที่ 95 แคลอรี่

ส่วนผสม:

  • เห็ดฟาง, เห็ดชิมิจิ, เห็ดหูหนู (ประมาณ 300 กรัม)
  • หอมแดงซอย 3 หัว
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น
  • ผักชี 2 ต้น
  • ใบสะระแหน่ 7-8 ใบ
  • ข้าวคั่ว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมาะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา
  • พริกป่น (ตามชอบ)

วิธีทำ:

  1. นำเห็ดที่เตรียมไว้มาต้มให้สุกแล้วตักใส่ชามที่จะใช้คลุกส่วนผสม
  2. เติมข้าวคั่ว มะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกป่น คลุกทุกอย่างให้เข้ากันชิมรสชาติที่ต้องการ
  3. ใส่ต้นหอม ผักชี และหอมแดงซอย ใบสะระแหน่ จากนั้นคลุกทุกอย่างให้เข้ากันอีกทีเป็นอันเสร็จ

15. เมี่ยงปลาทู

ปิดท้ายกันที่เมนูเมี่ยงปลาทู ที่บอกเลยว่าอร่อยถูกใจสุดๆ ทานปลาทูกรอบๆ กับผัดสดๆ ราดด้วยน้ำจิ้มถั่วตัดคือให้ 10 คะแนนเต็มเลยค่ะ แต่ขอบอกก่อนว่าเมนูนี้อาจจะมีพลังงานเยอะกว่าเมนูอื่นสักหน่อย โดยอยู่ที่ 240 แคลอรี่

ส่วนผสม:

น้ำจิ้มถั่วตัด

  • พริกขี้หนูสวนเขียวแดง 40 กรัม
  • กระเทียมไทยปอกเปลือก 100 กรัม
  • รากผักชี 4 ราก
  • กระเทียมดอง 2 หัว
  • น้ำมะนาว 150 กรัม
  • น้ำปลา 80 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม
  • เกลือป่น 1 ชช.
  • ถัวตัด 180 กรัม

เครื่องเคียงเมี่ยงปลาทู

  • ปลาทูทอด
  • ถั่วลิสงคั่ว
  • มะนาวหั่นเต๋า
  • ขิงอ่อนหั่นเต๋า
  • พริกขี้หนูซอย
  • หอมแดงหั่นเต๋า
  • กระเทียมจีนซอย
  • ขนมจีน
  • ผักกาดหอม,ผักชี,ใบชะพลู

วิธีทำ:

  1. ทอดปลาทูให้เหลืองกรอบน่ารักประทาน
  2. ทำน้ำจิ้มด้วยการตำหรือปั่น พริก กระเทียม รากผักชี กระเทียมดองให้เข้ากันใส่ถั่วตัด น้ำตาลปี๊บ
  3. ปรุงรสน้ำจิ้มด้วย น้ำปลา น้ำมะนาว เกลือ ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมปลาทูทอดและเครื่องเคียง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับทั้งหมดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ เรียกว่าแต่ละเมนูเห็นแล้วชวนน้ำลายไหลกันแบบสุดๆ ถ้าเพื่อนสนใจเมนูไหนก็ลองไปทำตามกันได้เลยนะ

ที่มาภาพ: walkerplus
View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top