Now Reading
ผิวสีนี้ ต้องใส่เสื้อผ้าสีอะไร ใส่แล้วดูเด่นพร้อมเฉิดฉาย

ผิวสีนี้ ต้องใส่เสื้อผ้าสีอะไร ใส่แล้วดูเด่นพร้อมเฉิดฉาย

เชื่อว่าต้องมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกคนอยู่หลายครั้ง เวลาเห็นคนอื่นใส่เสื้อผ้าสีนั้นสีนี้แล้วดูสวย มีออร่า เราก็ไปซื้อมาใส่ตาม แต่พอเราใส่ทำไมกลับหม่นหมอง ออร่าไม่จับ นั่นเป็นเพราะว่าเฉดสีผิวของแต่ละคนก็ไม่ได้เข้ากับสีของเสื้อผ้าไปทั้งหมด แล้วเราจะต้องเลือกสีเสื้อผ้าอย่างไรให้เข้ากับเฉดสีผิวเรา วันนี้มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

เลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับเฉดสีผิวทั้ง 4 เฉด

จากบทความการ เลือกสีลิปให้เข้ากับเฉดสีผิว เราได้รู้จักโทนสีของผิว (Undertone) ไปแล้วว่าแต่ละเฉดสีผิวจะมีโทนไม่มีเหมือนกัน ไม่ว่าจะโทนร้อน อุ่น หรือ เย็น ซึ่งในแต่ละโทนจะมีเฉดสีผิวที่ต่างกันออกไปเยอะมากๆ ถ้าอยากรู้วิธีการเช็กว่าผิวเราอยู่โทนไหนไปเช็กกันได้ที่บทความนั้นเลยจ้า

ส่วนวันนี้เราจะมาเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิวกัน ซึ่งถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ส่งผลต่อสีหน้าและออร่าของเรามากๆ เนื่องจากเสื้อผ้าจะมีสเกลการโชว์เฉดสีที่ใหญ่กว่าจึงทำให้สีเหล่านั้นดูดซับกับสีผิวเราค่อนข้างมาก ผิวของเราจะมีออร่า ดูกระจ่างใส หรือหน้าตาหมองหม่นนั้นก็ขึ้นอยู่กับสีเสื้อผ้าถึง 90 เปอร์เซนต์เลยแหละ

1. ผิวขาวอมชมพูหรือผิวขาวซีด ต้องเลือกเสื้อผ้าโทนเย็น

สำหรับสีผิวโทนนี้จะพบได้ไม่เยอะในประเทศไทยเท่าไรนักแต่ก็มีบ้าง ลักษณะเด่นของผิวโทนนี้คือมีความสว่างมาก ซีด และบางครั้งก็ติดชมพูมาหน่อยๆ จึงทำให้เวลาใส่อะไรจะเห็นได้ชัดกว่าผิวสีอื่นๆ สีของเสื้อผ้าที่ควรเลือกจึงเป็นสีโทนเย็น เช่น กรมท่า ชมพูกลีบบัว เหลืองเข้ม หรือน้ำตาลเบจ ฯลฯ เนื่องจากถ้าหากเราเลือกสีโทนร้อนหรือสีที่ติดเฉดแดงหรือส้มเหล่านั้นจะไปเน้นความแดงของผิวเราให้ดูเด่นชัดยิ่งขึ้น ส่วนโทนสีอื่นๆ ที่ควรเลี่ยงคือ โทนสีพาสเทล เพราะกว่ามีความอ่อนมากๆ จะทำให้กลืนกับผิวเหมือนกับเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอย่างไงอย่างนั้นเลย

2. ผิวขาวเหลือง แครี่สีสว่างได้ไม่มีสะดุด

เฉดสีผิวขาวของสาวไทยอย่างผิวขาวเหลืองก็ถือว่าแมตช์สีเสื้อได้ไม่ยากเท่าไหร่ จริงๆ แล้วเป็นสีผิวที่สามารถเลือกได้หลากหลายพอสมควร สำหรับคนที่มีผิวสีนี้สีที่ควรจะเลี่ยงคือเหล่าโทนสีที่มีความหม่นมัว ตุ่นๆ หมองๆ เช่น เขียวทหาร กากี เทา กรมท่า หรือเขียวสว่าง เพราะจะทำให้สีหน้าของเรานั้นดูเศร้า ไม่มีราศี ทั้งๆ ที่ผิวสีนี้สามารถสร้างออร่าได้ง่ายมาก ด้วยโทนสีสว่าง เช่น ชมพูทุกเฉด ส้มที่ไม่แจ๊ดมาก แดง น้ำเงิน หรือฟ้าเบบี้บลูก็จะได้ลุคละมุนๆ ใสๆ วัยแรกแย้ม

3. ผิวเหลือง ผิวสีน้ำผึ้ง เลือกสีสว่างได้สบายๆ

สาวผิวสีน้ำผึ้งที่มากับความอินเตอร์และความแกลมความแพง จริงๆ แล้วพี่อะเครุมีสีผิวโทนนี้เหมือนกันนะ ความท้าทายของเฉดสีผิวนี้คือสีของเสื้อจะสามารถดูดซับและกลืนกับสีผิวของเราได้อย่างมาก วิธีแก้ไขคือต้องใส่เสื้อผ้าที่มีสีโดดเด่นกว่าสีผิวหรือขัดกับ Undertone ของผิว เช่น ถ้าเราเป็นโทนเย็น ให้ใส่เสื้อผ้าโทนสีร้อน ซึ่งสีเสื้อผ้าที่เหมาะ ได้แก่ แดง ฟ้าอ่อน เขียวหัวเป็ด บานเย็น เหลืองมะนาว สีเหล่านี้จะทำให้ผิวเรากระจ่างใสและดูโดดเด่นขึ้น ส่วนโทนสีที่ควรเลี่ยงคือสีหวานๆ โทนม่วงหรือชมพูนม เพราะว่าจะทำให้ดูมีอายุและหน้าหมอง รวมถึงโทนสีน้ำตาลนู้ดเช่นกัน

See Also
Chanel Shoes update

4. ผิวสี ผิวแทน เลือกสีแจ่มแบบแฟชั่นตัวแม่

สาวผิวสีหรือผิวแทน มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ใครที่มีผิวสีนี้สามารถแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีแจ่มจัดจ้านได้เลย และสามารถแครี่ได้สบายมากๆ แต่งออกมาแล้วแฟชั่นนำสมัย ได้แก่ สีเหลืองมัสตาร์ด เขียวน้ำทะเล ชมพู ขาว บานเย็น หรือฟ้าเบเบี้บลู ส่วนโทนสีที่ควรเลี่ยงคือสีต่างๆ ที่มีโทนสีเข้ม สีออกดำ เพราะจำทำให้ทั้งตัวเราดูมืดและไม่มีจุดเด่นเลย ทางที่ดีควรเลือกสีตามที่แนะนำและเติมเครื่องประดับเข้าไปหน่อยก็จะได้ลุคจึ้งๆ แล้ว

จะเห็นได้ว่า ‘สีของเสื้อผ้า’ นั้น ละเอียดอ่อนมากๆ เพราะถ้าจับคู่สีถูก ก็จะทำให้เราดูดีขึ้นได้ ทุกคนสามารถนำเฉดสีเหล่านี้ไปมิกซ์แอนแมตช์ได้ เสื้อสีหนึ่ง กระโปรงอีกสีหนึ่ง และสามารถใส่ได้ 7 วัน ไม่ซ้ำสี พร้อมปรับเข้ากับสไตล์เสื้อผ้าต่างๆ รับรองว่าต่อไปนี้ ออร่าจับแบบแฟชั่นนิสต้าเลย

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top