Now Reading
How to เลือกสีลิปให้เข้ากับเฉดสีผิว ทาแล้วรอดไม่มีป่วย

How to เลือกสีลิปให้เข้ากับเฉดสีผิว ทาแล้วรอดไม่มีป่วย

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงประสบปัญหานี้กันแน่นอน เมื่อต้องการซื้อลิปสติกสักแท่งและดูสวอทช์สีในรูปภาพแล้วสวยน่าจะเข้ากับเรา แต่พอไปซื้อและมาลองทาจริงๆ กลับเป็นตรงกันข้าม บางครั้งสีลิปก็ดูซีดทำให้ดูป่วยแทนที่จะปัง หรือบางครั้งก็สีสดเกินไป นั่นอาจเป็นเพราะว่าสีลิปนั้นอาจไม่เข้ากับสีผิวของเรา ถ้าอย่างนั้นวันนี้มาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าเรามี undertone หรือ พื้นสีผิวเป็นอย่างไร ต้องเลือกสีลิปแบบไหนถึงจะรอด ทาแล้วไม่ดูป่วย

รู้จัก Undertone ของผิวก่อนเลือกสีลิปสติก

ถ้าพูดถึงเรื่องเฉดสีผิวแล้ว มีอีกเรื่องหนึ่งที่สาวๆ ควรทำความเข้าใจก่อนก็คือ โทนสีผิวที่แท้จริง (Undertone Skin) ซึ่งโทนสีผิวนี้จะเป็นตัวบอกว่าเฉดต่างๆ ของสีผิวเรานั้นอยู่ในโทนไหน โดยจะมีด้วยกัน 3 โทนหลักๆ ได้แก่ โทนอุ่น โทนกลาง และโทนเย็น ในแต่ละโทนจะมีเฉดสีผิวที่หลากหลายมาก ถ้าหากอยากรู้ว่าผิวของเราเป็นโทนไหน สามารถดูได้ง่ายๆ จากสีของเส้นเลือดที่ใต้ข้อมือหรือบริเวณที่ผิวมีความบางและสามารถเห็นสีเส้นเลือดได้ชัด ถ้าหากเส้นเลือดเรามีสีฟ้า น้ำเงิน ม่วงอ่อน ม่วงเข้ม เท่ากับโทนสีผิวเราคือโทนเย็น เส้นเลือดสีฟ้าอ่อน น้ำเงินอ่อน เขียว หรือเขียวเข้ม โทนสีผิวคือโทนกลางๆ แต่ถ้าเรามีเส้นเลือดสีเขียวเข้มหรือเขียวที่ไม่ติดสีน้ำเงิน ผิวเราคือโทนอุ่นนั่นเอง

อย่างที่พี่อะเครุได้กล่าวไปว่าในสีผิวทั้ง 3 โทนนั้น จะมีเฉดสีผิวหลากหลายเฉดสีอยู่ โดยไม่เกี่ยวกับความเข้มของเฉดสีผิว เช่น ผิวโทนเย็นอาจมีทั้งผิวสีขาวซีดหรือผิวเข้มอยู่ในโทนนี้ ซึ่งการเลือกสีลิปสติกให้เข้ากับเรานั้น จะต้องรู้จักก่อนว่าเฉดสีผิวเราอยู่ในโทนไหน นอกจากนี้การที่เราทาลิปแล้วดูซีดและป่วย ยังเกี่ยวข้องกับการดูดซับสีของผิวด้วย เช่น ถ้าเลือกสีลิปที่มีความใกล้เคียงกับเฉดผิวตัวเอง สีลิปก็จะดูกลืนกับผิว เหมือนกับการไม่ได้ทาลิปสติกเลยแหละ

เลือกสีลิปให้เข้ากับเฉดสีผิวทั้ง 4 เฉด

1. ผิวสีขาวซีด/ขาวอมชมพู (Light)

ผิวสีขาวซีดหรือขาวอมชมพู (Light) คือเฉดสีผิวที่อยู่ในโทนเย็น มีลักษณะขาวซีดหรือติดชมพูนิดๆ ทำให้เวลาที่เราทาลิปสติกแล้วสีลิปจะโดดเด่นหรือตัดกับเฉดสีผิวได้อย่างชัดเจน หรือเข้มมากกว่าสีลิปสติกจริงๆ ในบางครั้ง โทนสสีลิปที่แนะนำจึงเป็นโทนสีชมพูนู้ดตุ่นๆ ชมพูนม ชมพูอมน้ำตาล และสีแดงโทนเย็นไม่ติดส้มหรือน้ำเงิน หรือถ้าใครที่มีผิวขาวอมชมพูจะทาลิปสีนู้ดอมส้มก็ได้เช่นกัน

2. ผิวสีขาวเหลือง (Light)

สำหรับผิวสีนี้ป็นเฉดสีผิวทั่วไปสำหรับสาวเอเชียรวมถึงสาวไทยด้วย ผิวสีขาวเหลือง (Fair) จะมีเฉดสีผิวที่ใกล้เคียงกับเฉดขาวซีดหรือขาวอมชมพู แต่ว่าจะออกโทนเหลืองและครีมมากกว่า จริงๆ แล้วผิวเฉดนี้ถือว่าเป็นเฉดสีผิวที่เหมาะกับลิปสติกแทบจะทุกเฉดเลยก็ว่าได้ แต่ถ้าสาวๆ ยังไม่รู้ว่าจะต้องเลือกโทนไหน สีลิปสติกที่ติดโทนแดงขึ้นมาหน่อยหรือสีนู้ดติดน้ำตาลนิดๆ ก็จะทำให้สีผิวของเราไม่กลืนกับเฉดสีลิปและเข้ากันได้ดีกับผิวของเรา หรือถ้าหากอยากทาสีแดงควรเป็นแดงคลาสสิกที่สว่างนิดนึง จะทำให้สีลิปไม่ออกส้มแบบเพี้ยนไป

3. ผิวเหลือง/ผิวสีน้ำผึ้ง (Medium)

เฉดสีผิวนี้เป็นอีกเฉดหนึ่งที่เป็นสีผิวของสาวไทย ผิวสีเหลืองหรือผิวสีน้ำผึ้ง (Medium) มีสีเหลืองนำและตามด้วยสีน้ำตาล ไม่มีเฉดผิวสีขาว และเป็นผิวโทนอุ่น ซึ่งการเลือกเฉดสีลิปสติก จะค่อนข้างมีความท้าทาย เนื่องจากเฉดสีผิวโทนน้ำตาลมักจะดูดซับสีของลิปสติกทำให้กลืนกับสีผิวของเรา โทนสีที่พี่อะเครุคิดว่าเหมาะจะเป็นสีชมพูเข้ม สีชมพูโอลด์โรส สีออกบานเย็น หรือสีแดงที่เป็นโทนเย็นไม่ติดส้ม ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีตระกูลนู้ดทั้งหลายและสีโทนตุ่น เพราะว่าจะทำให้ปากดูคล้ำและซีดป่วยนั่นเอง

See Also
บิวตี้กิฟต์ 2021

4. ผิวเข้ม/ผิวแทน (Medium)

สำหรับเฉดสีผิวสุดท้ายอาจจะพบเห็นได้ค่อนข้างน้อยในสาวไทย แต่ก็มีอยู่บ้าง ผิวเข้มหรือผิวแทน (Dark) คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเป็นผิวโทนร้อน แต่สำหรับบางเฉดก็เป็นผิวโทนเย็นน้าาา เฉดผิวสีนี้เป็นเฉดที่เลือกลิปสติกง่ายมากๆ เนื่องจากผิวจะไม่กลืนและไม่ดูดซับสีของลิปสติก ทาแล้วดูโดดเด่น ซึ่งโทนสีที่แนะนำจะเป็นตระกูลนู้ดทุกเฉด ชมพูก่ำๆ หรือนู้ดติดม่วง โอลด์โรส หรือสีแดงเข้มโทนเย็น สาวๆ เฉดผิวแทนบอกเลยว่าแครี่ทุกสีได้สบายมากๆ

นอกจาก 4 เฉดสีผิวที่เราได้ยกตัวอย่างมานี้ ยังมีเฉดผิวอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ผิวขาวกลางๆ ผิวเหลืองติดส้ม หรือผิวขาวปนเขียว ฯลฯ อย่างไรก็ตามยังมีเฉดสีลิปอีกหลากหลายที่เหมาะกับสาวๆ อย่าลืมเลือกให้เหมาะ ใช้เมคอัพทำให้เราดูดีขึ้น พร้อมกล้าที่จะเปลี่ยนกับการทาลิปสติกเฉดสีใหม่ๆ กันด้วยน้า

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top