How to 13 วิธี เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวพลังบวก

ยุคนี้สมัยนี้ การที่จะเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์นั้น มีเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่ดีเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะถ้าเป็นคนสวยแต่ยังเป็นสาวที่คิดลบเสมออาจจะทำให้ใครหลายคนไม่อยากอยู่ใกล้เป็นแน่ ดังนั้นตอนนี้เรามาเริ่มปรับตัวเองให้เป็นสาวพลังบวกยังไม่สายเกินไปค่ะ อย่างไรก็ตามคนที่มีความคิดเชิงบวกมักเป็นมากกว่าแค่การมีความคิดที่ดี แต่จะส่งผลให้กลายมาเป็นสาวที่มีเสน่ห์จนใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ๆ รู้แบบนี้แล้วเรามาเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวพลังบวกกันเถอะค่ะ

1. ฝึก “ยิ้ม” บ่อย ๆ

mdpr.jp

การฝึกยิ้มให้เป็นนิสัย จะเป็นการปรับบุคลิกภาพที่ดีอย่างหนึ่งให้กับเรา เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้คนที่ทำหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา ลองปรับตัวเองให้เป็นคนที่ยิ้มง่ายขึ้น อาจจะเริ่มจากการตื่นเช้าขึ้นมายิ้มให้กับตัวเองในทุกๆ เช้า ยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน ยิ้มให้กับคนที่กำลังจะเดินขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกับเรา หรือแม้แต่ใครก็ตาม เชื่อไหมว่าการยิ้มคือโรคติดต่อที่ดีชนิดหนึ่งเรามักจะได้รับรอยยิ้มกลับมาเมื่อเรายิ้มให้พวกเขาเสมอ

2. ฝึกพูด “ขอบคุณ” บ่อยๆ

wattpad

แน่อนว่าเรามักจะพูดขอบคุณเสมอเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้กำลังพูดถึงการพูดขอบคุณเพื่อเป็นมารยาท เช่น เมื่อพนักงานเสิร์ฟเอาอาหารมาเสิร์ฟ หรือเมื่อมีใครสักคนมอบอะไรให้คุณ แต่เรากำลังหมายถึงสิ่งอื่นๆ ทั่วไป เช่นคนที่ช่วยคุณทำงาน, คนที่รับฟังคุณเมื่อคุณไม่สบายใจ, คนที่ตอบคำถามคุณเมื่อคุณไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง, คนที่ช่วยเหลือคุณโดยที่ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน อย่าลืม! ที่จะหันไปขอบคุณพวกเขาเสมอ ทำเรื่อยๆ จนเป็นนิสัย การพูดว่าขอบคุณเพียงเล็กน้อย มันสามารถยกระดับจิตใจของคุณให้ดีขึ้นได้ดีทีเดียว

3. บันทึกสิ่งดีๆ ในวันของคุณ

wattpad

เมื่อคุณได้อยู่กับตัวเอง ลองหยิบสมุดขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนบันทึกเกี่ยวกับสิ่งดีๆ ในวันของคุณ แม้แต่เล่าถึงกิจกรรมดีๆ ที่คุณทำร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน, พี่, น้อง, แฟน ใครก็ตามในวันนั้นของคุณ หรือนอกจากการเขียนบันทึกแล้วคุณยังสามารถพูดมันออกมาดังๆ บางทีคุณอาจจะพบว่าคุณกำลังยิ้มและคิดถึงสิ่งที่ทำให้วันของคุณสดใสขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้

4. ฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก

itzy__ryujin

หลังจากที่เราได้ลองเขียนเรื่องราวดีๆ และเล่าเรื่องราวดีๆ ของเราให้ตัวเราฟังแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องทำเป็นสิ่งต่อมานั่นก็คือการพูดกับตัวเองในเชิงบวก สิ่งที่เราค้นพบก็คือ เรามักจะเป็นนักวิจารณ์ที่แย่ที่สุดของตัวเราเสมอ สิ่งนั้นจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีความคิดในเชิงลบ เช่นเรามักจะโทษตัวเองเมื่อเราทำอะไรก็ตามผิดพลาดไป

คุณลองปรับความคิดตัวเองและลองฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก มีผลวิจัยบอกว่าการฝึกฝนไปเรื่อยๆ เพียงเล็กน้อยก็สามารถมีอิทธิพลต่อการควบคุมความรู้สึก ความคิด และความเครียดของเราได้

ตัวอย่างการพูดกับตัวเองในทางบวก เช่น เมื่อเราทำงานบางอย่างผิดพลาดลงไป เรามักจะพูดกับตัวเองว่า “ฉันทำผิดจริงๆ ฉันแย่จริงๆ” ลองเปลี่ยนเป็น “ฉันจะลองทำมันให้ดีขึ้นในครั้งต่อๆ ไป” สิ่งเหล่านี้มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยทันทีแต่มันต้องได้รับการฝึกฝน ฝึกพูดอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้มันเกิดความเคยชิน และมันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติ

5. ค้นหาด้านลบของคุณ

jollybiglive

สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราก้าวไปสู่การเป็นคนที่คิดบวกได้ เราต้องลองมองหาด้านต่างๆ ในชีวิตของเรา ค้นหาด้านที่มักจะเป็นด้านลบของเรา ถ้ายังไม่รู้หรือยังไม่แน่ใจเราอาจจะต้องพึ่งพาคนอื่นเพื่อบอกสิ่งเหล่านี้กับเรา เช่นอาจจะเป็นเพื่อนสนิทที่อยู่ใกล้ชิดกับเรา หรือเพื่อนร่วมงานที่เราสามารถเชื่อถือได้ พวกเขาอาจจะสังเกตและมองเห็นทั้งในด้านการใช้ชีวิตและด้านการทำงาน ในส่วนที่เป็นส่วนลบๆ ของเราที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตัวเอง และรวมไปถึงแฟนหรือครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิดกับเรามากๆ พวกเขาอาจจะมองได้ชัดเจนขึ้น เมื่อได้รับข้อมูลเหล่านั้นมาแล้ว จงยอมรับและกำจัดมันทิ้งไป

6. ค่อยๆ กำจัดความคิดด้านลบของคุณทิ้งไป

wattpad

เมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรคือด้านลบและความคิดลบของเรา เราลองตั้งเป้าหมายที่จะกำจัดมันไปทีละอย่างดีไหม? เช่น เราจะกำจัดความคิดลบของเราไปสัปดาห์ละหนึ่งอย่าง ตัวอย่างเช่น เราอาจจะกำลังเบื่อและเหนื่อยกับงานที่เรากำลังทำอยู่ เรามากำจัดสิ่งนั้นออกไปและปรับเปลี่ยนความคิดของเราให้เป็นการขอบคุณ ขอบคุณที่เรายังมีงานทำและทำให้เรามีชีวิตที่ดี

7. ถามตัวเองว่าสิ่งนั้นสำคัญจริงๆ เหรอ

kenh14

เมื่อคุณกำลังอารมณ์เสียและบ่นกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ คุณลองถามตัวเองดูว่า “สิ่งนั้นมันสำคัญมากพอ ที่เราจะอารมณ์เสียกับมันจริงๆ เหรอ” บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นบางทีมันก็ไม่ได้อยู่กับเราระยะยาว แต่มันจะทำให้เรากลายเป็นคนที่คิดลบไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นอันไหนไม่สำคัญก็กำจัดมันทิ้งไป อย่างเช่น เรากำลังรำคาญและโมโหกับการติดไฟแดงหลายไฟแดงระหว่างการเดินทางไปทำงาน แต่นั่นมันไม่สำคัญพอที่จะทำให้คุณเสียเวลา เสียอารมณ์ และพลังงานที่คุณจะเสียไป ดังนั้นเอาเวลาและพลังงานมาทำอย่างอื่นที่มันสำคัญกว่าดีกว่าค่ะ

8. ตอบแทนหรือช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาส

bilibili

การลองไปเป็นอาสาสมัคร ทำการกุศลหรือแม้แต่การบริจาคสิ่งของต่างๆ นั่นก็สามารถเพิ่มความสุขและความสงบในตัวคุณได้ การซื้อบ้านหลังใหญ่หรือการมีรถยนต์คันหรู จริงอยู่มันคือความสุข แต่มันอาจจะไม่ใช่ความสุขระยะยาวที่แท้จริงของคุณ แต่การที่คุณได้ลองช่วยเหลือคนอื่นและทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น มันจะทำให้คุณรู้ว่าคุณนั้นโชคดีกว่าคนอื่นมากแค่ไหน

นักวิจัยพบว่าเมื่อเราเสียสละเวลาหรือเงินเพียงเล็กน้อยในการช่วยเหลือผู้อื่น สิ่งนี้มีผลอย่างมากต่อความสุขของเรา นั่นเป็นเพราะว่าเราไปโฟกัสกับการเป็นผู้ให้ และมันทำให้เราให้ความสำคัญกับคนเชิงลบและสิ่งลบๆ รอบตัวเราน้อยลง

9.โฟกัสแต่สิ่งดีๆ

wattpad

ลองมองหาและโฟกัสไปที่สิ่งดีดี ที่มันอาจจะแฝงอยู่ในสถานการณ์หรืออุปสรรคต่างๆ ในแต่ละวันของคุณ เมื่อคุณต้องเผชิญหน้ากับมันให้มุ่งเน้นไปที่สิ่งดีๆ เสมอ แม้มันอาจจะมีเพียงเล็กน้อยหรือแทบจะมองไม่เห็นเลยก็ตาม หากคุณลองมองหามันคุณจะเจอว่ามันแอบซ่อนอยู่ อย่างเช่น การประชุมของคุณถูกเลื่อนออกไป ทั้งที่คุณเตรียมงานแทบจะไม่ได้นอน แต่อย่างน้อยคุณจะได้มีเวลามาทบทวนและมีเวลาเตรียมตัวหรือปรับปรุง Presentation ให้ดีมากขึ้น

See Also

10. การเริ่มบทสนทนาด้วยความคิดบวก

fashionidea0069

เชื่อไหมว่าคำพูดของคนเราสร้างความแตกต่างได้อย่างมาก ไม่เพียงแต่ในแง่ของความรู้สึกของคุณ แต่ยังรวมถึงวิธีที่คนอื่นรับรู้คุณด้วย นักวิจัยด้านความสุขพบว่า สิ่งที่เราระบายความเครียดออกมาได้นั่นก็คือการพูด การเริ่มต้นสนทนาด้วยคำพูดเชิงบวกสามารถกำหนดน้ำเสียงที่มองโลกในแง่ดีมากขึ้นได้ เช่น เมื่อมีคนถามคุณว่า “วันนี้คุณเป็นยังไงบ้าง?” ลองพูดในแบบเชิงบวกว่า “วันนี้อาหารเที่ยงอร่อยมาก ฉันกินได้เยอะมาก” แทนที่จะพูดว่า “วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยและแย่มากของฉัน” แค่นี้ก็จะทำให้การสนทนาและความคิดของคุณเป็นไปในเชิงบวกอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

11. การฝึกทำสมาธิ

pinimg

เมื่อเราพูดถึงการทำสมาธิแน่นอนว่าสิ่งแรกที่เราคิดถึงมันคือเรื่องที่น่าเบื่อและไม่น่าทำเอาซะเลย แต่รู้ไหมว่าการทำสมาธิมันสามารถเปลี่ยนเราให้เป็นคนที่คิดบวกได้จริงๆ

การทำสมาธินอกจากจะทำให้จิตใจเราสงบแล้ว มันยังจะช่วยให้เราโฟกัสอยู่กับสิ่งใด้สิ่งหนึ่งได้ดี ช่วยให้เราไม่เครียด แน่นอนมันจะเป็นผลดีต่อร่างกายและจิตใจของเรา นักวิจัยกล่าวไว้ว่า ผู้ที่ฝึกสมาธิเป็นประจำจะช่วยให้เราได้ฝึกสมอง ฝึกการคิด และไม่ฟุ้งซ่าน การมีความคิดที่ฟุ้งซ่านไม่ได้ทำให้เรามีความสุข แต่การทำสมาธิมันช่วยให้เราสงบและโฟกัสกับปัจจุบัน รวมไปถึงการช่วยให้ลืมเรื่องราวไม่ดีในอดีตและไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

12. การนอนหลับพักผ่อน

Pin

ใช่ค่ะ การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายและสมองของเราได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ลดความเครียด รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์ได้ดี ซึ่งหลังจากที่เราทำงานอย่างหนักมาทั้งวัน สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นคือการวางมือถือลงลองตั้งกฏกับตัวเองว่า คุณจะไม่หลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์และคุณจะไม่แตะต้องมันถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ และคุณลองเปลี่ยนไปเป็นการอ่านหนังสือหรือดูทีวีเล็กๆ น้อยๆ และหลับไป แค่นี้มันก็จะช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพและพร้อมที่จะคิดสิ่งดีๆ ในวันต่อมาแล้วค่ะ

13. เอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนคิดบวก

weheartit

ข้อนี้เราคิดว่าค่อนข้างสำคัญทีเดียว เคยได้ยินไหมว่า “ถ้าเราอยากเป็นคนแบบไหน ให้เอาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ กับคนแบบนั้น” สถานการณ์นี้ก็เช่นกัน เมื่อเราอยากเป็นคนที่คิดบวกเราก็เอาตัวของเราเองไปอยู่ในที่ที่ล้อมรอบไปด้วยคนคิดบวก การคิดบวกหรือคิดลบมันเหมือนโรคติดต่อ เมื่อเราพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางสิ่งที่ลบๆ คนที่ชอบนินทา คนที่พูดจาไม่ดี เราก็มักจะเป็นแบบนั้น เช่นเดียวกัน ถ้าเราพาตัวเราเองไปอยู่ในที่ดีๆ กับคนที่คิดแต่สิ่งดีๆ มันจะช่วยปรับเราให้มีความคิดแบบนั้น มันจะสร้างความภูมิใจในตัวคุณ ช่วยให้คุณได้บรรลุเป้าหมาย รวมไปถึงการยกระดับจิตใจของคุณให้ดีขึ้นและมันจะหล่อหลอมให้คุณเป็นคนแบบนั้นโดยธรรมชาติค่ะ

แม้ว่าทั้งหมดที่เรานำแนวทางมาให้นี้ สาวๆ จะยังไม่สามารถทำได้ทั้งหมดในทันทีทันใด แต่อย่างน้อยถ้าได้ลองฝึกลองทำไปทีละข้อ นั่นคือการเริ่มต้นที่ดีแล้ว อยากให้สาวๆ ทุกคนลองเอาไปปรับใช้กับตัวเองในทุกๆ วัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะทำให้สาว Akeru หลายคน เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวพลังบวกที่ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก: healthline, ordinarygirlextraordinaryworld, thriveglobal
View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top