รีวิว 5 Hair Treatment สูตร NO SILICONE No สิวอุดตัน No ผมร่วง ตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน!! – AkeruFeed
49 september
Home / HAIRSTYLE / รีวิว 5 Hair Treatment สูตร NO SILICONE No สิวอุดตัน No ผมร่วง ตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน!!

รีวิว 5 Hair Treatment สูตร NO SILICONE No สิวอุดตัน No ผมร่วง ตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน!!

สวัสดีค่าาาา ไหนใครกำลังเซ็งกับเจ้าสิวอุดตันที่มันผุดขึ้นบนหัวเราบ้างงง? สาวๆ รู้ไหมว่าสิวอุดตันที่ว่าเนี่ย มันเกิดจากเจ้าสารซิลิโคน (Silicone) ที่ผสมอยู่ในแชมพู ครีมนวดผม และทรีตเมนต์บำรุงทั้งหลายนี่แหละ แถมยังทำให้ผมร่วงหนักอีกด้วย!!

วันนี้เราจะมาแนะนำไอเทมสุดเจ๋งที่ช่วยบำรุงเส้นผมแบบไม่อุดตัน ไม่เกิดสิว ผมไม่ร่วง!! บอกเลยว่าทั้งหมดที่เอามาวันนี้เป็นทรีตเมนต์สูตร No Silicone ทั้งสิ้น อ้าว…ไม่มีซิลิโคนแล้วผมจะลื่นได้ยังไง?? ก็เพราะมี Natural Oil แบบเข้มข้นเน้นๆ ยังไงล่ะ!! ไม่เพียงทำให้ผมนุ่มลื่นนะ แต่ยังช่วยบำรุงให้ชุ่มชื้น สุขภาพดีตั้งแต่หนังศีรษะยันปลายผมกันไปเลยค่ะ! คนแพ้ง่ายก็ใช้ได้สบาย จะมีอะไรบ้าง เราเรียงมาแล้ว ไล่ตั้งแต่ราคาหลักร้อยยันหลักพันกันไปเลยจ้า

1. AloEx Natural Hair Mask

ขอเริ่มตัวแรกที่ AloEx แบรนด์แฮร์แคร์ของไทยที่ดังมากอยู่แล้วเรื่องแชมพูลดผมขาดร่วง ตอนนี้มีทรีตเมนต์เพิ่งออกใหม่ คอนเซปต์ยังเน้นลดผมร่วงและกระตุ้นให้ผมงอกใหม่เร็วขึ้นเหมือนเดิม ทรีตเมนต์ตัวนี้เลยถูกออกแบบมาสำหรับคนที่ผมร่วงหรือต้องการให้รากผมแข็งแรงโดยเฉพาะ อ่อนโยนต่อหนังศีรษะและเส้นผมเป็นพิเศษ คนที่มีปัญหาหนังศีรษะหรือแพ้ง่ายก็ใช้ได้สบาย ใครที่ไม่ได้กังวลเรื่องผมร่วงก็ใช้ได้ เพราะยังไงซะเราก็ควรบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรงอยู่แล้ว

ด้านส่วนผสมเด็ดๆ เลยคือ Oryza Sativa Extract หรือเรียกแบบภาษาบ้านๆ ว่า สารสกัดจากข้าวเหนียวดำ ซึ่งทางแบรนด์เค้าก็เคลมว่าเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นเซลล์รากผมให้ผลิตผมเส้นใหม่ได้ไวขึ้น และแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ ส่วนผสมอื่นที่เด็ดไม่แพ้กันก็คือ สารสกัดจากโสม ดอก Plumeria และผล Soap nut ที่สำคัญเค้าใช้ Lemon Lavender Oil สกัดบริสุทธิ์เป็นตัวที่ทำให้ผมนุ่มชุ่มชื้นแทนสารซิลิโคน (Silicone) เจ้าสารซิลิโคนที่ว่าคือสารเคลือบเส้นผม แม้ว่าจะทำให้ผมนุ่มลื่นเงางาม แต่จะทำให้หนังศีรษะอุดตันจนเป็นสาเหตุของผมร่วงนั่นเอง

นอกจากจะ No Silicone แล้ว AloEx Natural Hair Mask ยัง No Paraben, No Fragrance และ No SLS อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทรีตเมนต์ที่ช่วยให้ผมนุ่มสลวย แถมยังช่วยบำรุงให้ผมหนา ไม่ร่วงหลุดง่ายด้วยนาจา

เนื้อครีมของตัวนี้จะมีสีขุ่นๆ ออกเป็นสีครีมอ่อนๆ มากๆ เนื้อครีมค่อนข้างเนียน ไม่จับตัวเป็นก้อนเหมือนทรีตเมนต์ที่เคยใช้ กลิ่นหอมสมุนไพรแรงเลยค่ะ ใครชอบกลิ่นแนวอโรมาบอกเลยว่าต้องเลิฟกลิ่นนี้แน่ๆ พอชโลมไปบนเส้นผมก็รู้สึกได้ทันทีว่าผมสางง่าย แถมตอนล้างคือล้างออกง่ายมากกกกกก เหมือนไม่ทิ้งอะไรใดๆ ไว้บนเส้นผมเลยค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกว่าลื่นเหมือนครีมนวดทั่วไป แต่พอเป่าแห้งแล้วเราก็สัมผัสได้นะว่า เฮ้ยย ผมมันนุ่มขึ้น นุ่มแบบเบาๆ ไม่หนักหัวอะ แต่เป็นนุ่มแบบไม่เวอร์ ไม่ทิ้งตัวอะไรขนาดนั้น แถมผมยังมีกลิ่นหอมๆ สมุนไพรติดอยู่จางๆ ด้วยค่ะ (ปล. สำหรับคนที่ไม่ชอบสมุนไพรอาจจะรู้สึกตรงข้ามกับเรานะ 555)

สรุปผลการใช้

  • ความนุ่มหลังสระ:
  • ความชุ่มชื้น:
  • ล้างออกง่าย:
  • ลดผมร่วง:
  • กลิ่น:

ราคา 680 บาท

 

2. Aesop Rose Hair & Scalp Moisturising Masque

มาถึงแบรนด์ของออสเตรเลียกันบ้างค่ะ สำหรับมาสก์ผมของ Aesop แบรนด์ที่กำลังดังมากๆๆๆ ในโซเชียลตอนนี้ Aesop เป็นอีกแบรนด์นึงที่เน้นความออร์แกนิกแบบสุดๆ (ใครเคยไปที่เคาน์เตอร์เค้าจะยิ่งรับรู้ได้ 555) สำหรับตัวที่เลือกมานี้เป็นทรีตเมนต์บำรุงทั้งเส้นผมและหนังศีรษะสูตรกลีบกุหลาบ เน้นให้ความชุ่มชื้นพร้อมบำรุงหนังศีรษะไปด้วย ถึงจะบอกว่าเป็นมาสก์สูตรกลีบกุหลาบ แต่ก็ใส่น้ำมันสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ มาอีกเยอะแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Rose Oil, Lavender Oil, Camellia Oil และ Sweet Almond Oil ซึ่งน้ำมันจากธรรมชาติพวกนี้จะมาช่วยบำรุงผมให้นุ่มแทนซิลิโคนนั่นเองจ้า\

แพ็กเกจเค้ามาแบบหลอดยาสีฟัน ก็เกร๋ดี ดูออร์แกนิกตามสไตล์ Aesop แต่แอบบีบใช้ยากนิสนึง แต่เพื่อหนังศีรษะและเส้นผมที่แข็งแรง เรายอมมม…ตัวนี้ไม่มีทั้งซิลิโคน พาราเบน และน้ำหอมเช่นกัน

มาดูที่เนื้อครีมกันค่ะ ตัวนี้เนื้อครีมออกสีเหลืองขุ่นๆ และกลิ่นก็ต้องออกแนวสมุนไพรแน่นอน ก็เล่นใส่สารสกัดจากธรรมชาติมาเต็มที่ขนาดนี้ ส่วนตัวที่เป็นคนชอบกลิ่นสมุนไพรอยู่แล้ว กลับรู้สึกว่ากลิ่นมันแปลกๆ ไม่ฟินเหมือนดมกลิ่นอโรมายังไงก็ไม่รู้อ่ะค่ะ มีกลิ่นหืนนิดๆ เลยมีฟีลว่าอยากรีบล้างออก (ตอนดมจากหลอดหอมนะคะ แต่พอชโลมไปที่ผมแล้วกลับแปลกๆ 555) ตอนใช้รู้สึกว่าต้องบีบเยอะเพราะพอทาไปที่ผมแล้วรู้สึกเหมือนเนื้อครีมหายไปหมดเลย แต่อาจเพราะเนื้อครีมค่อนข้างบางเบาและเป็นสูตรที่ไม่มีซิลิโคน ตอนล้างออกเลยรู้สึกว่าล้างออกง่าย ตอนเป่าแห้งก็รู้สึกเบาหัวแต่ผมก็ยังนุ่มชุ่มชื้น ดีงามมากๆ ค่าาา

สรุปผลการใช้

  • ความนุ่มหลังสระ:
  • ความชุ่มชื้น:
  • ล้างออกง่าย:
  • ลดผมร่วง:
  • กลิ่น:

ราคา 1,200 บาท

 

3. AVEDA invati advanced thickening conditioner

ต่อกันที่แบรนด์จาก USA กันบ้างเนอะ ต้องแบรนด์นี้เลย AVEDA อีกหนึ่งแบรนด์ที่เน้นส่วนผสมจากสมุนไพรทั้งจีนและอินเดีย Hair Treatment ตัวนี้เป็นหนึ่งในไลน์ผลิตภัณฑ์แฮร์แคร์ที่เข้ามาดูแลเรื่องปัญหาผมร่วงและป้องกันผมขาดกลางท่อนโดยเฉพาะ ที่สำคัญทางแบรนด์ยังเคลมว่าตัวนี้จะช่วยให้ผมตรงตั้งแต่โคนจรดปลายตลอดวันด้วยค่ะ

ส่วนตัวมองว่า AVEDA ตัวนี้คล้ายมาสก์ของ AloEx กับของ Aesop อยู่หลายอย่าง คือเน้นสารสกัดจากธรรมชาติในการให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผม ไม่มีซิลิโคน ส่วนกลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้นก็เป็นน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ เช่น Coconut Oil, Aleurites Moluccana Seed Oil และมีตัวช่วยบำรุงหนังศีรษะอย่างพวกโปรตีนด้วย สำหรับเรื่องกลิ่น ตัวนี้กลิ่นแรงกว่า 2 ตัวก่อนหน้า เป็นกลิ่นหอมออกแนวอโรมา เรียกได้ว่าบีบออกมาใช้ที ฉากห้องน้ำเปลี่ยนเป็นฉากป่าแบบทันทีทันใดเลยค่ะ 5555

เนื้อครีมเป็นสีขาวข้น กลิ่นสมุนไพรค่อนข้างแรงมาก (แต่เราชอบนะ ^^!) เพราะเป็นคนชอบกลิ่นแนวอโรมาอยู่แล้ว ตอนชโลมลงไปบนหัวก็รู้สึกว่าผมนุ่มลื่น สางออกง่ายดีค่ะ หมักทิ้งไว้ 10 นาที (ข้างขวดบอกให้หมัก 10-30 นาที) พอล้างออกแล้วก็ยังรู้สึกว่าผมยังนุ่มลื่นอยู่ นุ่มระดับที่เหมือนใช้ครีมนวดผมทั่วไปเลยค่ะ หลังล้างออก กลิ่นสมุนไพรติดผมชัดเจนมากก แบบเดินผ่านแฟนแล้วแฟนทักอ่ะค่ะ ถ้าแฟนใครไม่ชอบกลิ่นป่าๆ ก็อาจโดนบ่นไปตามระเบียบ ^^

สรุปผลการใช้

  • ความนุ่มหลังสระ: 
  • ความชุ่มชื้น:
  • ล้างออกง่าย:
  • ลดผมร่วง:
  • กลิ่น:

ราคา 1,300 บาท

 

4. THREE Scalp & Hair Orderange Conditioner

กลับมาที่แบรนด์แถบเอเชีย THREE เป็นแบรนด์ดังจากญี่ปุ่น ทั้งเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และตัวบำรุงผมล้วนใช้ส่วนผสมออร์แกนิกทั้งหมด สำหรับ Orderange Conditioner จะเน้นเรื่องการปกป้องเส้นผมจากมลภาวะ และคืนความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะและเส้นผม สาวๆ ที่ทำสีบ่อย ผมพังและแห้งมาก จัดตัวนี้เลยค่าาา

แพ็กเกจเค้ามาเป็นหลอดแนวเรียบหรูตามสไตล์ THREE COSMETICS เน้น Typo ที่ชูส่วนผสมสำคัญ ซึ่งตัวนี้เค้าย้ำเลยว่ามาจากส่วนผสมธรรมชาติถึง 95% และแน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน พาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำหอมจ้า คนผิวแพ้ง่ายใช้ได้สบายมาก

ส่วนผสม 95% มีอะไรบ้าง??? ที่เด่นๆ เลยก็คือเหล่าน้ำมันสกัดจากธรรมชาติทั้งหลายที่ใส่มาเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมแทนซิลิโคน เช่น Lavender Oil, Rosemary Oil, Jojoba Oil, Avocado Oil, Tea Seed Oil และ Olive Oil เป็นต้น ขอบอกว่าตัวนี้คือแน่น ข้น และค่อนข้างมัน เหมาะกับคนที่ผมแห้งมากๆๆๆๆๆ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวไม่ต้องลงน้ำมันใส่ผมเลยล่ะ

มาดูครีมข้างในกันนน… เนื้อครีมเป็นสีขาวขุ่น ส่วนกลิ่นบอกเลยว่าอึ้งมั่กมากค่ะ อึ้งตรงที่กลิ่นมันจางมากเหมือนไม่มีอยู่เลย 555 แต่หอมนะ ตอนชโลมไปที่ศีรษะก็ได้กลิ่นอ่อนๆ จางๆ เหมือนตอนดื่มชาคาโมมายล์ที่จะมีกลิ่นติดจมูกมาตอนท้ายเท่านั้น ต้องตั้งใจดมจริงๆ ถึงจะได้กลิ่น ตัวนี้ใช้แบบครีมนวดได้เลย แค่นวดๆ ตรงหนังศีรษะ ชโลมมาให้ถึงปลายผม แล้วล้างออกได้เลย ไม่ต้องหมักทิ้งไว้ หลังใช้ทั้งหลังสระและหลังเป่า เส้นผมคือนุ่มลื่น พริ้วสลวยแบบสุดๆ คือติดใจมากจริงๆ

สรุปผลการใช้

  • ความนุ่มหลังสระ: 
  • ความชุ่มชื้น: 
  • ล้างออกง่าย: 
  • ลดผมร่วง: 
  • กลิ่น: 

ราคา 1,450 บาท

 

5. Hair Rituel by Sisley Regenerating Hair Care Mask

มาปิดท้ายที่แบรนด์จากฝรั่งเศสกันดีกว่าค่ะ ส่วนตัวชอบคอนเซปต์ Hair Ritual ของเค้ามากๆ แบบมีความพิธีกรรมทางเส้นผม 555 เป็นกิมมิกที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งเซ็ต Hair Ritual เนี่ยก็จะมีตั้งแต่แชมพูไปจนถึงเซรั่มฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะเลย แต่วันนี้เอามาพูดถึงแค่ตัวเดียวเพราะราคาแอบแรงมากกก ตอนไปซื้อคือบอกพนง.ว่า “เอาตัวที่ใช้ตัวเดียว เดี่ยวๆ แล้วจบเลย 555” สำหรับทรีตเมนต์ตัวนี้ทางแบรนด์เคลมว่าช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะที่แพ้ง่าย พร้อมช่วยให้ผมนุ่ม ดูแข็งแรง และจัดทรงง่ายไปพร้อมกันค่ะ

ด้านส่วนประกอบหลักๆ ที่เข้ามาช่วยทำให้ผมนุ่มเป็นเงางามก็จะเป็น Botanical Oil ทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ Shea Oil, Macadamia Oil, Camellia Oil และ Hazelnut oil ซึ่งเป็นส่วนผสมชูโรง นอกจากนี้ยังมีพวกโปรตีนที่ใส่เข้ามาเพื่อช่วยดูแลหนังศีรษะด้วย แต่ถึงมาสก์ตัวนี้จะชูพวกส่วนผสมจากธรรมชาติ กลิ่นกลับค่อนข้างแตกต่างจากทรีตเมนต์ตัวอื่น เพราะกลิ่นไม่มีฟีลลิ่งของสมุนไพรเลยจ้า ออกจะละมุนๆ ฟีลเวชสำอางผสมน้ำหอมด้วยซ้ำ

เนื้อครีมเป็นสีขาวขุ่น เนื้อเนียนมากกกก ตอนชโลมคือกลิ่นคละคลุ้งสุดๆ ตอนนวดรู้สึกเลยว่าผมนุ่มมาก แต่ไม่ลื่นนะ เวลาใช้เค้าให้นวดที่หนังศีรษะและเส้นผมเลยนะคะ เค้าจะบำรุงคู่กันเลย ตัวนี้เค้าแนะนำให้หมักทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก ตอนล้างออกแล้วเป่าแห้งเนี่ย บอกเลยว่าประทับใจสุดๆ แบบผมนุ่มสลวย เรียงตัวสวยมาก อย่างกับเพิ่งออกมาจากซาลอน ผมจัดทรงง่าย ไม่ชี้ฟู แถมรู้สึกสบายหนังศีรษะด้วยค่ะ ถ้าถามว่าชอบไหม ตอบเลยว่ามากกกก ใครมีงบก็จัดไปจ้าาาา

สรุปผลการใช้

  • ความนุ่มหลังสระ:
  • ความชุ่มชื้น:
  • ล้างออกง่าย:
  • ลดผมร่วง:
  • กลิ่น:

ราคา 3,200 บาท

 

ทุกตัวที่ว่ามาปราศจากซิลิโคนทั้งหมด เลยมั่นใจได้ว่าหนังศีรษะไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้น ผมไม่ร่วง ที่สำคัญยังใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติ เน้นบำรุงทั้งเส้นผมและหนังศีรษะในหลอดเดียว ส่วนเรื่องความนุ่มชุ่มชื้น ส่วนตัวคิดว่าแต่ละตัวไล่เลี่ยกันมากค่ะ บางตัวเด่นเรื่องลดผมร่วง ถ้าใครมีปัญหาผมร่วงหนัก หรืออยากให้ผมยาวไวก็ลองเลือกใช้ดูนะคะ แต่ทุกตัวก็เข้าไปช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะ ลดสิวอุดตันเหมือนกันทั้งนั้น ที่ต่างกันหลักๆ ก็มีแค่เรื่องกลิ่นกับราคาค่ะ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบและทุนทรัพย์ของทุกท่านแล้วล่ะค่าาา

 

ถ้าชอบบทความนี้ กด Like
เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะคะ

กดติดตาม akerufeed ทางทวิตเตอร์

Shampoo ดูแลผมร่วง รีวิวแชมพู ลดผมขาดหลุดร่วง เคล็ดลับผมสวยสุขภาพดี แชมพูแก้ผมร่วง
Kyren Moisture Nature Shampoo แชมพูเกาหลี ผมเสียแตกปลายแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง jarem clinicMistine Super Model Runway

Check Also

รวม 30 ทรงผมบ็อบสั้น เสริมลุคให้ชิคแบบไม่ต้องเซ็ตเยอะ

ยังคงมาแรงไม่หย …

About 49 september

Makeup Coordinator / Healthy Life Advisor ทำงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ความสวยความงามและสุขภาพมากกว่า 4 ปี และอยากศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อแบ่งปันข้อมูลดีๆของเครื่องสำอางให้กับทุกคน ด้วยมุมมองและความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง รีวิวจริง!
Previous รองเท้าลายสก็อต EXCELSIOR X HARRIS TWEED แนวแคชชวลสบายๆ 
Next อัปเดต! ลิปบาล์มคอลฯใหม่จาก Lancôme ลายหินอ่อนหรูๆ น่าตำเวอร์
Don`t copy text!