Now Reading
รีวิวจัดเต็ม! 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุด ปี 2021

รีวิวจัดเต็ม! 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุด ปี 2021

eview-update-skincare-for-dry-skin

แต่งหน้าไม่ติดผิว จับผิวแล้วสากแถมลอกเป็นขุย ปัญหาที่คนผิวแห้งและผิวขาดน้ำต้องเจอ จนบางครั้งก็เหนื่อยใจ อยากจะมีผิวดีๆ ผิวอิ่มน้ำ ผิวฉ่ำแบบสายเกาหลีบ้าง ขอบอกว่าไม่ต้องเครียดไปเลยค่ะ เพราะวันนี้พี่อะเครุจะมารีวิว 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุดแบบที่เรียกได้ว่า จัดเต็ม! วัดความชุ่มชื้นแต่ไม่เหนอะหนะให้ดูกันชัดๆ ไปเลย แอบกระซิบเลยว่างานนี้จัดเต็มมาเพื่อสายผิวฉ่ำ อิ่มน้ำแบบสุขภาพดีโดยเฉพาะ เพราะขอคัดสกินแคร์ตัวเด็ดมาร่วมรีวิว แบบที่เรียกว่าใช้ครั้งเดียวผิวชุ่มฉ่ำยาวนาน! ใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงหน้าแบบ Must Have อย่ารอช้า ไปดูกันเลย!~

ผิวแห้งกับผิวขาดน้ำ ต่างกันตรงไหน

ผิวแห้งกับผิวขาดน้ำ ดูคล้ายฟังเผินๆ เพื่อนๆ อาจจะคิดว่าเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันทั้งสาเหตุการเกิดและลักษณะผิวเลยค่ะ ถ้าจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ พี่อะเครุขอแยกเป็นหัวข้อดังนี้

  • ผิวแห้ง (Dry skin) คือ การที่ผิวไม่สามารถผลิตน้ำมันได้มากเพียงพอ ทำให้ผิวขาดน้ำมันซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกำแพงชั้นผิวที่แข็งแรง รวมทั้งการมีเซลล์ใต้ผิวหนังที่เรียงตัวหละหลวมทำให้น้ำใต้ผิวหนังระเหยออกมาง่ายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวแห้งตามมาค่ะ ซึ่งในกรณีนี้มักจะเป็นจากกรรมพันธุ์ ทำให้ผิวแห้งเป็นสภาพผิวตั้งแต่กำเนิด ลักษณะผิวมักจะเป็นผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย และเนื่องจากไม่ได้มีชั้นผิวหนังที่แข็งแรงจึงทำให้ผิวมักจะอยู่ในลักษณะบอบบาง แพ้ง่าย บางครั้งมักเป็นผิวผื่นบ่อยๆ แถมนานไปยังเกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย
  • ผิวขาดน้ำ (Dehydrated skin) สามารถเกิดได้กับทุกคนประเภทผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวผสม หรือแม้กระทั่งผิวมัน เพราะผิวขาดน้ำคือสภาวะที่ชั้นผิวขาดความชุ่มชื้นหรือน้ำใต้ผิวไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการผิวแห้ง สาก ผิวลอกเป็นขุย โดยปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวขาดน้ำอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศที่แห้งเกินไป อากาศร้อนจัด หนาวจัด, การโดนแสงแดดมากไป, การนอนหลับไม่เพียงพอ, การรับประทานอาหาร, การล้างหน้าบ่อย, ใช้ผลิตภัณฑ์ในการผลัดเซลล์ผิวหนังมากเกินไป, หรือการไม่ได้เติมความชุ่นชื้นให้ผิว

ซึ่งขอบอกเลยว่าหากเพื่อนๆ ยังแยกไม่ออก จุดแตกต่างคือ หากเป็นผิวขาดน้ำจะมีลักษณะที่ทั้งมันและแห้งในเวลาเดียวกัน เนื่องจากชั้นผิวหนังพยายามที่จะผลิตน้ำมันออกมาจำนวนมากเพื่อทำให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวขาดน้ำมักจะดูทั้งหน้ามันและแห้งนั่นเอง

จะเลือกซื้อครีมบำรุงผิวแห้ง แพ้ง่าย ควรเลือกจากอะไรดีนะ

การดูแลผิวแห้ง แพ้ง่าย สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงในการซื้อครีมบำรุงผิว นั่นคือการเลือกส่วนผสมอย่างระมัดระวังนั่นเองค่ะ! หากเราเลือกส่วนผสมที่ไม่ตรงจุดก็อาจจะไม่ได้ช่วยเติมน้ำให้ผิว ส่งผลให้บางทีผิวยิ่งเกิดอาการแพ้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งวันนี้พี่อะเครุได้คัดลิสต์ส่วนผสมที่คนผิวแห้งต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ พร้อมทั้งส่วนผสมที่ผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยงมาให้เช็กลิสต์กันด้วย จะมีอะไรบ้าง อย่ารอช้า เตรียมสมุดปากกา ไปจดกันเลย!

เลือกจากส่วนผสมสำหรับผิวแห้ง

  • Glyceryl Glucoside (GG) มาเริ่มกันที่ตัวแรก สารที่ผิวแห้งจะต้องเน้นไฮไลต์เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยเติมน้ำให้ผิว รวมถึงดูแลรักษาระดับความชุ่มชื้น ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ เนื่องจากตัว Glyceryl Glucoside หรือ GG นั่นมี Aquaporin โปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นประตูในการเข้า-ออกของโมเลกุลน้ำจากเซลล์หนึ่งไปสู่เซลล์หนึ่ง เรียกได้ว่ายิ่งผิวเรามีโปรตีน Aquaporin ประตูน้ำก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้นนั่นเอง
  • Hyaluronic Acid (HA) เป็นกรดในธรรมชาติที่ร่างกายเราสามารถผลิตได้เอง ซึ่งโด่งดังในเรื่องการอุ้มน้ำ กักเก็บความชุ่มชื้นบนผิวหนังได้มากหลายเท่า ซึ่งกรดไฮยาลูรอนิคนั้นนอกจากจะช่วยเรื่องกักเก็บความชุ่มชื้น ยังช่วยในเรื่องการให้ความยืดหยุ่นในผิวหนัง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับมากขึ้น รวมถึงลดปัญหาริ้วรอยต่างๆ ที่จะตามมาได้อีกด้วย
  • Trehalose สารจากธรรมชาติ โมเลกุลน้ำตาลจากพืชที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ เช่น อุณหภูมิระหว่างวัน, การเกิดออกซิเดชันบนผิว รวมทั้งช่วยรักษาสมดุลของเซลล์ผิวอีกด้วย
  • Ceramide น้ำมันในธรรมชาติผิว ช่วยในการปกป้องผิวให้แข็งแรง ปกป้องเซลล์ผิวจากสิ่งแปลกปลอม เป็นตัวเชื่อมเคราตินในผิวชั้นบนให้สามารถเรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ ช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิว จึงทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นมากขึ้น แถมยังช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และลดการเกิดอาการข้างต้นอีกด้วย โดยปกติแล้วผิวแห้งมักจะผลิตเซราไมด์ออกมาได้น้อย จึงควรหาตัวช่วยในการเติมเซราไมด์ในผิวมากขึ้น

ส่วนผสมที่ผิวแพ้ง่ายควรเลี่ยง

  • น้ำหอมหรือกลิ่นสังเคราะห์ (Fragrance) ส่วนผสมสำคัญที่มักทำให้ใครหลายๆ คนหลงกลเข้าบ่อยๆ เนื่องจากกลิ่นหอมมักจะดึงดูดให้เราอยากใช้สกินแคร์บำรุงผิวนั้นๆ แต่อย่ามองข้ามไปค่ะ ขอบอกเลยว่ากลิ่นหอมเหล่านี้แหละคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำร้ายผิวเรา เนื่องจากตัวน้ำหอมอาจเช้าไปอุดตันในรูขุม ส่งผลให้ผิวยิ่งคันและระคายเคืองได้ โดยเฉพาะหากเจอแดดแรงๆ อาจกลายเป็นผิวแดง คล้ำเสียอีกด้วย! ดังนั้นพี่อะเครุขอให้เพื่อนๆ อดใจ และเลือกส่วนผสมแบบ No Fragrance หรือ No Perfume จะปลอดภัยต่อผิวสุดค่ะ
  • Parabens, BHT, Phenoxyethanol สารกันเสียในสกินแคร์ เป็นอีกหนึ่งตัวที่อาจทำให้ผิวเราเกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ หากใช้ไปนานๆ อีกด้วย ซึ่งสารสำคัญที่พี่อะเครุขอให้เลี่ยงเลยคือกลุ่มพาราเบน Methylparaben หรือ Ethylparaben โดยเฉพาะในเพศกำเนิดหญิงควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด เนื่องจากเป็นกลุ่มพาราเบนที่มีงานวิจัยออกมาว่าสามารถเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของเพศกำเนิดหญิงได้ค่ะ น่ากลัวมากๆ
  • Polyethylene Glycol (PEGs), Polypropylene Glycol (PPGs) สารที่ผู้ผลิตเครื่องสำอางมักใส่มาเพื่อความชุ่มชื้นและเนื้อสัมผัสนุ่มขึ้น แต่ความจริงแล้วเจ้าสารสังเคราะห์ตัวนี้สามารถทำให้ผิวเกิดความระคายเคืองจนกระทั่งกลายเป็นผิวอักเสบเลยก็ได้นะ! ผิวแพ้ง่ายควรจำและเน้นย้ำ เนื่องจากเป็นสารที่พบมากในสกินแคร์บำรุงผิวหลากหลายยี่ห้อเลยค่ะ
  • Formaldehyde เจ้าตัวนี้คือสารกันเสียที่ผู้ผลิตมักนำมาใช้เนื่องจากมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียดี แต่ข้อเสียคือมันอาจจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะฟอร์มาลดีไฮด์ถือเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง และนอกจากนี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวทั้งผิวหน้าและรอบดวงตาเลยละค่ะ
  • Alcohol denat. ส่วนผสมสำคัญที่พี่อะเครุคาดว่าคนผิวแห้ง แพ้ง่ายคงหลีกเลี่ยงกันอยู่แล้ว นั่นคือแอลกอฮอล์นั่นเอง ซึ่งจริงๆ แล้วแอลกอฮอล์ไม่ได้ไม่ดีไปทั้งหมดนะคะ แอลกอฮอล์ที่เป็นมิตรกับผิวอย่าง แอลกอฮอล์แบบไขมัน (Fatty Alcohol) หากใส่ไปในสกินแคร์ก็จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นมากขึ้น แต่แอลกอฮอล์ที่พวกเราควรเลี่ยงอย่างมาก คือ Alcohol denat. เพราะหากใช้ไปนานๆ จะทำให้ผิวเสียสมดุลความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแสบ ลอกได้ และนอกจากนี้ ยังมีแอลกอฮอล์ที่ทุกประเภทผิวควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ Ethanol, Alcohol, SD alcohol 40, SD alcohol 30 ซึ่งหากต้องการปลอดภัยไว้ก่อน พี่อะเครุแนะนำว่าคนผิวแพ้ง่ายควรเลือกส่วนผสมแบบ No Alcohol ไปเลยจะดีที่สุดค่ะ

รีวิว 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุด

ถึงเวลาที่ใครหลายๆ คนรอคอย สำหรับ รีวิว 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุด ประจำปี 2021 ที่พี่อะเครุขอบอกเลยว่าแต่ละสกินแคร์ได้คัดมาแบบเน้นๆ รับรองว่าใครผิวแห้ง ผิวแพ้ง่ายต้องรู้จัก นอกจากนี้ยังมีสกินแคร์อัปเดตตัวใหม่ๆ ที่พี่อะเครุมองว่าส่วนผสมน่าสนใจมาร่วมรีวิวอีกด้วย!

1. SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream

เริ่มกันที่ตัวแรก SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream หรือ เจลจีจี ขอบอกเลยว่าเค้าเป็นสกินแคร์ตัวใหม่ที่ทางแบรนด์ศรีจันทร์เขาเพิ่งออกมา ซึ่งหลังจากอ่านส่วนผสมแล้วพี่อะเครุขอบอกเลยว่าน่าสนใจมากจนต้องหยิบเข้ามาร่วมลิสต์เลย เริ่มจากเนื้อผลิตภัณฑ์เขาเป็นเนื้อเจลที่เรียกได้ว่าเด้งแบบเจลลี่มากๆ คุณสมบัติเขาคือช่วยล็อคความชุ่มชื้นในผิว ให้มีความชุ่มชื่นจัดเต็มและยาวนาน 72 ชม. กันเลยทีเดียว! ทางด้านส่วนผสมที่ปังๆ คือเขาเลือกใช้ Glyceryl Glucoside (GG) มาเป็นจุดเด่นของสกินแคร์ ช่วยเติมน้ำและดูแลระดับความชุ่มชื่นในผิว ทั้งยังมี Trehalose และ Hyaluronic Acid ที่มาเติมน้ำในผิว เติมความชุ่มชื่น เพิ่มความยืนหยุ่นในชั้นเซลล์ผิว มีสารสกัดจากใบบัวบก (Madecassoside) ช่วยลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นและ Citrullus Lanatus (Watermelon) Fruit Extract ช่วยทำให้ริ้วรอยเล็ก แลดูจางลงอีกด้วยค่ะ นอกจากนั้นยังไม่หมดนะคะ เขายังคิดค้นสูตรมาเพื่อผิวแพ้ง่าย เนื่องจากมี Allantoin ที่ช่วยกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเซลล์ผิว ทั้งยังซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้ป้องกันอาการแพ้คัน และ Pyrus Malus (Apple) Fruit Extract สารสกัดจากผลแอปเปิ้ล ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวอีก ส่วนผสมจัดเต็มขนาดนี้ ผิวสุขภาพดี ฉ่ำน้ำแบบสายเกาหลีคงไม่ไหวเกินเอื้อม แถมยังไร้พาราเบน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีแอลกอฮอลล์ พี่อะเครุขอบอกเลยว่าตัวนี้คุ้มค่าจนอดใจไม่ไหว ต้องหยิบจากเชลฟ์มารีวิวกันเลยค่ะ!

ความรู้สึกหลังใช้: เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเจลลี่สุดๆ ทำให้เมื่อทาลงบนผิวให้ความรู้สึกที่สดชื่นและเย็นสบายหน้ามากค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะซึมยากและเหนอะหนะหน้า แต่เมื่อลองจับเวลาแล้วตัวนี้เขาใช้เวลาแค่ 8 วินาทีในการซึมเท่านั้น! เซอร์ไพรส์มากๆ แถมผิวสัมผัสหลังใช้คือดูผิวอิ่มน้ำขึ้นชัดเจน แต่ไม่ดูมันนะคะ เหมาะมากกับใครที่ต้องการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าค่ะ ที่สำคัญพี่อะเครุมองว่าตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย แถมราคาจับต้องได้ ไม่แพงเกินไป และมีขนาดพกพาที่สามารถซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ใครที่ต้องการงานผิวด่วนๆ แต่ไม่อยากซื้อกระปุกใหญ่ หรือต้องการทดลองใช้ก่อน พี่อะเครุแนะนำว่าขนาดซองพกพา ราคาเพียง 49 บาท น่าจะตอบโจทย์ค่ะ!~

  • ราคา: 50 g / ราคา 455 บาท
    6 ml (ขนาดพกพา หรือซอง) / ราคา 49 บาท
  • พิกัด: Watsons, Boots, EVEANDBOY, Beautrium, Big C, King Power, และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ, 7-11 (จำหน่ายขนาดพกพา หรือซอง)
  • ช่องทางออนไลน์: Shopee Official, Lazada, 1984beauty.com, Konvy

2. EUCERIN omega soothing cream 

มาต่อกันที่ EUCERIN omega soothing cream ตัวดังในตำนาน ที่เหล่าผิวแห้งแพ้ง่ายจะต้องรู้จัก เพราะเค้าเป็นสกินแคร์ที่ผลิตมาเพื่อคนผิวแห้ง แดง คัน หรือมีแนวโน้มผื่นภูมิแพ้ขึ้นโดยเฉพาะ! ขอบอกเลยว่าตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่าย บอบบางมากแม้กระทั่งเด็กทารกก็สามารถใช้ได้! เนื้อเค้าจะเป็นเนื้อครีมสีขาว แต่ไม่หนัก เค้ายังบอกอีกด้วยว่าตัวนี้สามารถทาก่อนแต่หน้าเพื่อปรับสีผิวได้ ส่วนผสมของเขาก็น่าสนใจไม่น้อยค่ะ มี Omega 3&6 fatty acids และ Ceramides ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นบนใบหน้า และ ลิโคชาลโคน เอที่ช่วยปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง คัน แดง นอกจากนี้ตัวนี้ยังปราศจากพาราเบน น้ำหอม และสีด้วยค่ะ~

ความรู้สึกหลังใช้: เนื้อผลิตภัณฑ์เขาจะออกเป็นครีมสีขาว ทาแล้วอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการซึมเล็กน้อยค่ะ ในเรื่องของกลิ่นคือรู้เลยว่าไม่ได้เติมน้ำหอมใดๆ ใครชอบแบบคลีนๆ เลยตัวนี้น่าจะถูกใจค่ะ ส่วนความชุ่มชื้นหลังทาคือให้ความรู้สึกว่าผิวดูชุ่มชื้นขึ้นชัดเจน แต่หากผิวขาดน้ำควรใช้กลางคืนดีกว่าเพราะอาจมีความมันส่วนเกินได้ค่ะ ในส่วนของราคาอาจจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ แต่หากใครมีงบและอยากลองก็ถือเป็นอีกตัวที่น่าสนใจไม่น้อยเลย!

  • ราคา: 50 ml. / 950 บาท
  • พิกัด: Watsons, Boots, EVEANDBOY, ร้านขายยาทั่วไป
  • ช่องทางออนไลน์: EUCERIN, Shopee, Lazada, Konvy

3. NEUTROGENA hydro boost water gel 

ฟังแค่ชื่อก็รู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำ จุดเด่นของตัวนี้คือมีเทคโนโลยี Progressive Release System ค่ะ ซึ่งสามารถช่วยเติมและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตลอด 24 ชม. เรียกได้ว่าผิวอิ่มน้ำทั้งคืน ทั้งยังมีพรีไบโอติกที่เรียกได้ว่าเป็นสูตรเฉพาะของนูโทรจีนา มาเติมความชุ่มชื้นกับสร้าง Hyaluronic Acid ในผิวไปพร้อมๆ กัน เรียกได้ว่าผิวอิ่มน้ำต้องมา แต่ตัวนี้พี่อะเครุขอแจ้งไว้ก่อนว่าเค้ามีส่วนผสมของซิลิโคนที่อาจทำให้การลงควบคู่กับกันแดดอาจเป็นขุยได้ และมีน้ำหอม รวมถึงสารกันเสีย Phenoxyethanol และ Methylparaben ที่ผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังมาแล้วนะ แต่หากใครที่กังวลมากๆ พี่อะเครุแนะนำว่าให้ลองดูตัวอื่นเพิ่มเติมดีกว่าค่ะ

ความรู้สึกหลังใช้: เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อเจลสีออกฟ้าๆ ค่ะ กลิ่นหอมชัด ซึ่งหากเทียบกับเนื้อเจลของศรีจันทร์พี่อะเครุรู้สึกว่าศรีจันทร์จะให้ความสบายผิวมากกว่า เพราะตัวนี้เนื้อเค้าจะหนักกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับหนักมากนะคะ ให้ความรู้สึกเย็นผิวเช่นเดียวกัน หลังทาผิวดูสมูทขึ้นมาทันที แต่ไม่ควรปาดลงบนผิวเยอะเพราะทำให้เกิดขุยบนผิวได้ค่ะ

  • ราคา: 50 ml. / 599 บาท
  • พิกัด: Watsons, Big C, Tesco Lotus, Tops
  • ช่องทางออนไลน์: Shopee, Lazada

4. HADA LABO perfect gel

ถือเป็นอีกหนึ่งสกินแคร์ชื่อดัง สาวกสกินแคร์ญี่ปุ่นจะต้องรู้จัก! HADA LABO perfect gel ตัวนี้ไม่หยิบเข้ามาร่วมลิสต์ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ตัวเนื้อเค้าจะออกเป็นเจล ให้ฟีลเจลลี่เหมือนกับเนื้อผลิตภัณฑ์ของศรีจัทร์และนูโทรจีนา เพียงแต่เนื้อเค้าจะหนักกว่า เพราะเขาออกแบบมาเพื่อ 3 in 1 เป็นได้ทั้ง Essence, Moisturizer, และ Sleeping Mask เรียกได้ว่าคุ้มค่ามาก~ แต่อาจจะไม่เหมาะกับสายที่ต้องการทาก่อนแต่งหน้า หรือใช้กลางวันค่ะ เพราะเนื้อจะหนักไปหน่อย อาจทำให้หน้ามันได้ ในส่วนของส่วนประกอบเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเค้ามี Hyaluronic Acid ทั้ง 3 ชนิด ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้นพร้อมทั้งกักเก็บให้ยาวนานยิ่งขึ้น รวมทั้งมี Ceramide และ Collagen ช่วยในการรักษาความชุ่มชื้นและกระชับผิวอีกด้วย ในส่วนของราคาอาจจะค่อนข้างแรง แต่ใครงบถึงก็น่าลองไม่น้อยค่ะ

ความรู้สึกหลังใช้: เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อเจลสีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่นน้ำหอมและแอลกอฮอลล์ แต่ด้วยความที่เนื้อเค้าทำมาเพื่อเป็น Sleeping Mask จึงทำให้เนื้อค่อนข้างหนัก ใช้เวลาเกลี่ยและซึมค่อนข้างนานกว่าตัวอื่นๆ ผิวหลังใช้คือดูฉ่ำน้ำมาก แต่แนะนำว่าเหมาะกับทาตอนกลางคืนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นอาจมีหน้ามันเยิ้มระหว่างวันได้ค่ะ

  • ราคา: 80 g. / 790 บาท
  • พิกัด: Watsons, Big C, Tesco Lotus, Tops, EVEANDBOY
  • ช่องทางออนไลน์: Shopee, Lazada, Konvy

5. PHYSIOGEL daily moisture therapy cream

มาที่ตัวสุดท้าย ตัวดังในตำนานที่ติดทุกลิสต์สกินแคร์สำหรับคนผิวแห้งแพ้ง่าย ที่แม้กระทั่งเด็กก็ใช้ได้! ตัวนี้เขาผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณมาว่า Hypo-allergenic หรือมีโอกาสแพ้น้อยมากกว่าสกินแคร์ตัวอื่นๆ จุดเด่นของเค้า คือ เป็นสกินแคร์ที่เลียนแบบโครงสร้างผิว (PHYSIOGEL BioMimic Thechnology) ที่ช่วยบำรุงให้ผิวแข็งแรง ซ่อมแซมและปกป้องผิว ให้ความชุ่มชื้นทั้งยังปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายให้แข็งแรงขึ้นตามธรรมชาติ

ความรู้สึกหลังใช้: เนื้อผลิตภัณฑ์จะออกเป็นเนื้อครีมสีขาว ไม่มีกลิ่นใดๆ เลย ตัวเนื้อค่อนข้างเกลี่ยยากกว่าตัวยูเซอริน แต่เกลี่ยไปสักพักก็ซึมลงผิว ผิวที่ได้จะดูชุ่มฉ่ำ ดูผิวเงาขึ้น และเนื่องจากเค้ามีความเข้มข้นสูง จึงอาจไม่เหมาะกับการใช้เวลากลางวันเพราะอาจทิ้งความมันบนใบหน้าได้ แนะนำให้ใช้ตอนกลางคืนก่อนนอนจะดีกว่าค่ะ หากใครหน้ามันมากแนะนำให้ทาบางๆ หน่อย จะได้ไม่เกิดความมันส่วนเกินมาก

See Also
Beauty Cottage

  • ราคา: 75 ml. / 675 บาท
  • พิกัด: Watsons, Boots, EVEANDBOY, ร้านขายยาทั่วไป
  • ช่องทางออนไลน์: Shopee, Lazada, Konvy

รีวิวทดสอบ 5 สกินแคร์ตัวไหนชุ่มชื้นสุด!

ถึงเวลาที่ใครหลายๆ คนรอคอย นั่นคือเวลาแห่งการทดสอบนั่นเอง! วันนี้พี่อะเครุขอนำทั้ง 5 สกินแคร์มาทดสอบเปรียบเทียบเนื้อผลิตภัณฑ์กันให้เห็นแบบชัดๆ พร้อมทั้งทดสอบค่าความชุ่มชื้นแบบทั้งก่อนทาสกินแคร์และหลังทาสกินแคร์กันไปเลย

เปรียบเทียบเนื้อผลิตภัณฑ์

หลังจากที่ลองใช้ทั้ง 5 สกินแคร์แล้ว พี่อะเครุขอจะขอจัดหมวดเนื้อผลิตภัณฑ์ดังนี้

  • เนื้อเจล ไล่ระดับความเบาไปจนถึงหนัก ดังนี้ SRICHAND > NEUTROGENA > HADA LABO
    ซึ่งขอบอกว่าทั้ง 3 ตัวพี่อะเครุประทับใจเหมือนกันหมด เพียงแต่รูปแบบการใช้งานอาจแตกต่างกัน ซึ่งข้อนี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆ เลือกใช้เลยค่ะ~
  • เนื้อครีม EUCERIN > PHYSIOGEL ตัว EUCERIN จะซึมเร็วกว่า PHYSIOGEL ค่ะ แต่ขอบอกว่าทั้งสองตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกหนักหน้าใดๆ ทั้งสิ้นเลย!

ทดสอบความชุ่มชื้นของผิวหลังใช้

นอกจากเนื้อผลิตภัณฑ์ที่จะต้องเหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวขาดน้ำแล้ว ความชุ่มชื้นคือใจความหลักที่เราควรจะรู้ว่าแต่ละตัวนั้นให้ความชุ่มชื้นเท่าไหร่บ้างนะ ซึ่งพี่อะเครุขอสรุปผลการทดสอบดังนี้

  • ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์: ค่าความชุ่มชื้นบนผิว 19%
  • หลังใช้ผลิตภัณฑ์:
  1. 51% = HADA LABO perfect gel
  2. 49% = SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream
  3. 48% = NEUTROGENA hydro boost water gel
  4. 46% = EUCERIN omega soothing cream
  5. 44% = PHYSIOGEL daily moisture therapy cream

เรียกได้ว่าสูสีกันมากๆ ทุกตัว แต่ตัว 3 อันดับแรกที่น่าสนใจคือ HADA LABO perfect gel > SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream > NEUTROGENA hydro boost water gel ซึ่งตรงนี้พี่อะเครุขอบอกว่าแล้วแต่เพื่อนๆ สะดวกเลือกใช้ตามความต้องการ แต่หากต้องการใช้ก่อนแต่งหน้าเพื่อเตรียมผิว แนะนำว่าตัวศรีจันทร์กับนูโทรจีนาน่าจะตอบโจทย์กว่าฮาดะ ลาโบะค่ะ แต่ขอกระซิบนิดนึงว่าหากใครสนใจนูโทรจีนาเพื่อนๆ ที่ผิวบอบบางมากและกังวลเรื่องหน้าเป็นขุยหรืออาจจะต้องระวังนิดนึงนะคะ เนื่องจากเค้ามีส่วนผสมของซิลิโคนค่ะ~

สรุปรีวิวทั้งหมด 5 สกินแคร์ ตัวไหนตอบโจทย์สุด

ณ จุดๆ นี้เรียกได้ว่าสูสีกันมากๆ เพราะในแต่ละตัวก็มีความน่าสนใจไม่ต่างกัน แต่ในส่วนของพี่อะเครุลังเลมากระหว่างตัว SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream และ HADA LABO perfect gel เพราะตัว HADA LABO ก็ได้ค่าความชุ่มชื้นตั้ง 51% แต่ตัว SRICHAND ก็ไม่น้อยหน้า ห่างจากตัว HADA LABO เพียงแค่ 3% เท่านั้น! ซึ่งไม่แปลกใจเท่าไหร่เนื่องจากตัว HADA LABO เขาเป็น sleeping mask ด้วย เมื่อนำมาคิดคำนวณกันแล้ว พี่อะเครุจึงขอตัดสินใจเลือกตัว SRICHAND เนื่องจากเมื่อนำมาเปรียบเทียบระยะเวลาการซึมลงผิวแล้วนั้น SRICHAND ทำได้ดีมากกว่าใครเพื่อนแบบชนะนำลิ่ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไม่ชอบรอสกินแคร์ซึมลงผิวนานๆ แบบพี่อะเครุมาก ทั้งยังมีราคาที่ย่อมเยากว่าเยอะ และในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะดีแบบนี้ เมื่อคิดวิเคราะห์ทุกอย่างแล้วจึงขอตัดสินใจเลือก SRICHAND Skin Moisture Burst Gel Cream ทั้งใจค่ะ~

ซึ่งขอบอกเลยนะคะว่านี่เป็นเพียงการทดลองใช้ในตัวพี่อะเครุคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้สกินแคร์แต่ละตัวจะตอบสนองต่อผิวแต่ละคนต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวผสม ผิวมัน หรือช่วงสภาพผิวในการใช้ช่วงนั้นๆ รวมทั้งขึ้นอยู่กับความชอบและการใช้งานของแต่ละคนด้วย ดังนั้นหากเล็งตัวไหนไว้พี่อะเครุแนะนำว่าอย่าลืมศึกษาให้ดี เพราะจะได้เลือกสกินแคร์ที่ตอบโจทย์ต่อตัวเรามากที่สุดค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 5 สกินแคร์ สำหรับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ตัวไหนชุ่มชื้นสุด ปี 2021 เรียกได้ว่าจัดเต็มกันมาเพื่อนแฟนๆ อะเครุโดยเฉพาะ! หวังว่าจะได้ข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจได้มากขึ้นนะคะ และหากใครตัดสินใจได้แล้ว อย่าลืมทดสอบผลิตภัณฑ์ลงบนข้อพับก่อนใช้ เช้า-เย็น เป็นเวลา 10 วันเพื่อทดสอบการแพ้ด้วยนะ จะได้มีผิวหน้าที่อิ่มฟู ฉ่ำน้ำ แบบผิวสุขภาพดีกันถ้วนหน้า~

View Comments (0)

Leave a Reply

Your email address will not be published.

CAPTCHA


Scroll To Top